วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

สาวกว่าวัย! ด้วยสมุนไพร คนทีสอ

สาวกว่าวัย! ด้วยสมุนไพร คนทีสอ
          คุณผู้หญิงทุกคนคงอยากหยุดยั้งกาลเวลาให้ตัวเองเป็นสาวสวยอยู่เสมอ แต่ในเมื่อไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ก็คงต้องหาตัวช่วยพิเศษ ซึ่งงานนี้ สาว ๆ คงยิ้มแก้มปริ เพราะล่าสุดมีการค้นพบว่า สมุนไพร "คนทีสอ" ช่วยทำให้คุณยังดูสาวกว่าวัยได้


          โดย ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้แทนคณะกรรมการบริหาร มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สมุนไพร "คนทีสอ" หรือ "ต้นผีเสื้อ" นั้น เป็นยารสร้อน ช่วยกระจายเลือดลม ลดการปวดเมื่อย ปวดศีรษะ เป็นยาแก้เส้น แก้เอ็น สามารถนำมาทำเป็นน้ำมันนวดตัว และยาแก้ปวดได้ 

          ทั้งนี้ จากการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล "คนทีสอ" จากต่างประเทศเพิ่มเติม ยังพบว่า เมล็ดของคนทีสอ มีฤทธิ์ในการควบคุมการหลั่งฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง ที่ควบคุมการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิงด้วย ในต่างประเทศจึงนิยมนำ "คนทีสอ" มาใช้รักษาความผิดปกติในสตรี โดยผลิตเป็นแคปซูล และกล่าวอ้างสรรพคุณว่า "คนทีสอ" สามารถรักษาภาวะเป็นหมันในผู้หญิง (antifertility) ได้ เพราะจะไปช่วยปรับวงรอบการตกไข่ให้เป็นปกติ อีกทั้งยังเป็นยาบำรุงที่จะช่วยให้สตรีดูอ่อนเยาว์กว่าวัยด้วย

          นอกจากนี้ ดร.สุภาภรณ์ ยังกล่าวถึงวิธีการใช้ "คนทีสอ" มารักษาอาการต่าง ๆ ด้วยว่า แพทย์แผนไทยจะนำใบคนทีสอมาใช้ต้มร่วมกับใบเสนียด ใบเปล้าใหญ่ ใบหนาด เหงือกปลาหมอ ขมิ้นอ้อย ไพล ใบมะกรูด เปลือกมังคุด และใบว่านสาวหลง จากนั้น นำมาผสมกับน้ำสะอาด 10 ขัน แล้วนำไปอาบ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดอาการปวดเมื่อย และรูขุมขนบริเวณผิวหนังเปิด ทำให้หลอดเลือดไหลเวียนดี หายใจสะดวก ขณะเดียวกัน กลิ่นหอมของสมุนไพรช่วยให้สดชื่น ผ่อนคลายความตึงเครียดด้วย


มารู้จัก "คนทีสอ" กันดีกว่า 
          "คนทีสอ" เป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Vitex trifolia Linn. ในประเทศไทยเรียกได้หลากหลายชื่อ ทั้ง คนทีสอขาว (ชลบุรี), โคนดินสอ (ภาคกลาง และจันทบุรี), ดินสอ (ภาคกลาง), สีสอ (ประจวบคีรีขันธ์), มูดเพิ่ง (ตาก), ผีเสื้อน้อย (ภาคเหนือ), สีเสื้อน้อย ดอกสมุทร (เชียงใหม่), ผีเสื้อ (เลย), ทีสอ เทียนขาว (เพชรบุรี) ,คุนตีสอ (สตูล) เป็นต้น

          ลักษณะ "คนทีสอ" จะเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง พบได้ตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ลำต้นสูงประมาณ 3-6 เมตร เปลือกนอกสีเทาดำ เปลือกในสีเหลืองอ่อน แตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว เรือนยอดเป็นพุ่ม กว้าง 2-3 เมตร ออกดอกเป็นช่อตรงปลายกิ่ง มีลักษณะคล้ายดอกอังกาบหนู ส่วนผลเป็นทรงกลมคล้ายเม็ดพริกไทย ออกเป็นพวงช่อ สีดำเป็นมัน มีเมล็ด 1 เมล็ด ส่วนที่สามารถนำไปทำเป็นยาได้คือ ใบ ดอก ผล ราก เปลือก และเมล็ด 

Thank : k@pook, swu.ac.th
...................................................................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น