tororichclub

tororichclub

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ลูกศิษย์วัด 4 ขา...




          อุดรธานี-เป็นที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อสุนัขแสนรู้พันธุ์ไทยผสมอัลเซเชี่ยนคาบถังเดินตามพระลูกวัดป่าทองบางพุฒาราม จ.อุดรฯออกบิณฑบาตทุกเช้า หากวันไหนไม่ได้ออกไปบิณฑบาตรด้วยจะประท้วงไม่กินข้าว
         ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุดรธานีว่า ชาวบ้านในแถบตำบลหนองบัว อ.เมือง ได้บอกเล่ากันปากต่อปากจนเป็นกระแสข่าวฮือฮาว่าที่วัดป่าทองบาง พุฒาราม ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี ได้มีสุนัขเดินตามพระภิกษุสงฆ์ออกไปบิณฑบาตทุกเช้า จึงเดินทางไปสังเกตุการณ์
         ภาพที่เห็นเป็นอย่างที่ร่ำลือกันจริง โดยสุนัขตัวดังกล่างจะทำการคาบถังพลาสติกสีเหลืองเดินตามพระ-เณรออกไปบิณบาตร เพื่อช่วยพระขนข้าวปลาอาหารที่ชาวบ้านใส่บาตรกลับวัด
         ทั้งนี้ พระอาจารย์สมศักดิ์ ฉายาติสาโร อายุ 69 ปี พระลูกวัดวัดป่าทองบาง พุฒาราม ได้เล่าเพิ่มเติมว่า เจ้าสุนัขตัวแสนรู้ตัวนี้ชื่อเจ้าบิ๊ก อายุได้ 2 ปี เป็นสุนัขพันธุ์ไทยผสมอัลเซเซียน ซึ่งในเวลาเช้ามืด  เจ้าบิ๊กก็จะมานั่งรอที่หน้ากุฏิทุกวัน เพื่อรอออกไปบิณฑบาตด้วย
         โดยเจ้าบิ๊กจะมีถังน้ำพลาสติกสีเหลือง 1 ใบ คาบออกไปทุกครั้ง และถ้าวันไหนไม่ได้ไปบิณฑบาตด้วยก็จะไม่กินข้าว และไม่มาเข้าใกล้ จึงจำเป็นต้องพาไปด้วย ซึ่งชาวบ้านที่พบเห็นต่างเอ็นดูบิ๊กและประหลาดใจมากที่หมาเดินตามพระบิณฑบาต


ที่มา : ผู้จัดการ
...........................................................................................


ติดต่อ สอบถามพุดคุยเพิ่มเติม ได้ที่
เอกสิทธิ์
Mobile : 081-575-8928
e-mail : tororichclub@hotmail.com
https://www.facebook.com/toro.richclub#!/toro.richclub
http://torojunior.blogspot.com/
http://www.goodtimeja.com/hiranpakorn

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความมหัศจรรย์ของ "น้ำมะพร้าว..."




          "ว่ากันว่าน้ำมะพร้าวถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ที่สุด เพราะนอกจากในลูกมะพร้าวจะมีน้ำหอมๆแล้ว ยังมีเนื้อมะพร้าวอีกด้วย ทำไม?...มะพร้าวถึงมหัศจรรย์ขนาดนี้ครับเนี้ย"
          เชื่อกันว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุด ก็เพราะว่ากว่าจะได้น้ำมะพร้าวนั้น รากต้องดูดน้ำและสารอาหารจากดินผ่านการกลั่นกรอง ผ่านชั้นของเนื้อเหยื่อ และเซลล์ต่างๆ ของเนื้อไม้ หลายต่อหลายชั้น จนขึ้นไปสู่ยอดมะพร้าวและซึมซับไปลูกมะพร้าวส่งผลให้ลูกมะพร้าวหนึ่งลูกเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารมากมายและมีความสะอาด บริสุทธิ์ ไร้สิ่งเจือป่น น้ำมะพร้าวจึงเป็นเครื่องดื่มที่ให้เกลือแร่ได้อย่างมากมาย เนื่องมาจากอุดมไปด้วยโพเเทสเซียมและสารละลายไอโซโทนิก ทั้งยังเป็นน้ำชนิดเดียวที่สามารถฉีดเข้าหลอดเลือดดำเพื่อทดแทนการขาดน้ำได้ด้วยครับ


................................................................................................


25 ข้อที่มาจาก "ขงเบ้ง" เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิต...


         
          "ขงเบ้ง" หรือ "จูกัดเหลียง" (Zhuge Liang) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่อง สามก๊ก ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก ซึ่งได้รับการขนานนามจากใครต่อใครว่าเป็น"ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร" เรามักเห็นภาพวาดของขงเบ้งในชุดนักพรต ถือพัดขนนก ใบหน้าขาว แต่งกายดูภูมิฐาน บุคลิกลักษณะของขงเบ้งที่ใครต่อใครต่างกล่าวถึง คือความเฉลียวฉลาดทางการรบและไหวพริบปฏิภาณที่เป็นเลิศ รวมถึงวาจาอันคมคายบาดจิต ซึ่งเรียกได้ว่าคลาสสิคมาถึงยุคปัจจุบัน เพราะใช้เป็นแง่คิดชีวิตได้อย่างดี เราลองมาดูข้อคิดทั้ง 25 ข้อที่มาจากขงเบ้ง เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างฉลาดกันดีกว่า 
          1. ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ่ ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไรคุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้
          2. เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน"
          3. นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ
          4. ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด
          5. ผู้ที่เล็กที่สุด ก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด
          6. ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น
          7. ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี
          8. ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย
          9. เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร
          10. เมื่อใครสักคนหนึ่งทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขา และตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้
          11. การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น
          12. ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่
          13. ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่
          14. ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่
          15. อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น
          16. เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ใช่" หรือ "อาจจะ" เขามีความหมายว่า "อาจจะ"
          17. เมื่อนักการฑูตพูดว่า "อาจจะ" เขามีความหมายว่า "ไม่"
          18. เมื่อนักการฑูตพูดว่า "ไม่" เขาไม่ใช่นักการฑูต เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร
          19. เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ไม่" หล่อนมีความหมายว่า "อาจจะ"
          20. เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "อาจจะ" หล่อนมีความหมายว่า "ใช่" หรือ "ได้"
          21. เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า "ใช่" หรือ "ได้" หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี
          22. สุภาพสตรีจะไม่ตอบรับใครง่ายๆ
          23. คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย
          24. ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นคิ้วของตน
          25. คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต


ที่มา : http://www.bentoweb.com
..........................................................................................

ติดต่อ สอบถามพุดคุยเพิ่มเติม ได้ที่
เอกสิทธิ์
Mobile : 081-575-8928
e-mail : tororichclub@hotmail.com
https://www.facebook.com/toro.richclub#!/toro.richclub
http://torojunior.blogspot.com/
http://www.goodtimeja.com/hiranpakorn

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

7 สิ่ง ที่ไม่ควรทำ หลังอาหาร...


        
           คนส่วนใหญ่ คิดว่าหลังรับประทานอาหาร ควรตบท้ายด้วยของหวานหรือผลไม้ ไปจนถึงการเดินย่อย แต่รู้หรือไม่ว่านั่นเป็นความเข้าใจผิด ไปดูกันว่ามีข้อห้ามหลังรับประทานอาหารอะไรบ้าง
          1. อย่าสูบบุหรี่ จากผลการทดลองของผู้เชี่ยวชาญพบว่า การสูบบุหรี่หลังอาหาร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ยามปกติถึง 10มวน (ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น ซึ่งสูบปกติก็มีโอกาสเป็นอยู่แล้ว)
          2. อย่ากินผลไม้ทันทีหลังอาหาร เพราะมันไปพองในท้องคุณ ให้กินผลไม้ 1หรือ 2ชม. ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้จะดีกว่า
          3. อย่าดื่มน้ำชา เพราะว่าใบชามีความเป็นกรดสูง ทำให้โปรตีนในอาหารที่เรากินกระด้างขึ้นทำให้ย่อยยาก
          4. อย่าขยายเข็มขัดหลังกินอิ่ม เพราะเป็นเหตุให้ลำไส้ไม่ปกติ
          5. อย่าอาบน้ำหลังกินข้าว เพราะการอาบน้ำ จะทำให้โลหิตไหลเวียนไปที่มือ และเท้าทั่วร่างกาย เป็นเหตุให้ปริมาณโลหิตไหลเวียนบริเวณท้องก็เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่
          6. อย่าเดินหลังอาหาร แม้คุณจะเคยได้ยินว่า กินข้าวแล้วให้เดินสัก 100ก้าวจะทำให้อายุยืน ถึง 99ปี การเดินทันทีทำให้การย่อยเพื่อดูดซึมสารอาหารทำได้ไม่ดี ควรรออย่างน้อยสักชั่วโมงค่อยเดิน ถ้าต้องการ
          7. อย่านอนทันที อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยได้เต็มที่ อาจทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหาร


ที่มา : หนังสือพิมพ์ดิจิตอล Investor Station
..................................................................................................

ติดต่อ สอบถามพุดคุยเพิ่มเติม ได้ที่
เอกสิทธิ์
Mobile : 081-575-8928
e-mail : tororichclub@hotmail.com
https://www.facebook.com/toro.richclub#!/toro.richclub
http://torojunior.blogspot.com/
http://www.goodtimeja.com/hiranpakorn

"กระเป๋า" เรียกเงิน...




          สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์
          กระเป๋าเรียกเงินของคุณคือ กระเป๋าสีเขียว สีน้ำตาล งดเว้นเด็ดขาดคือกระเป๋าสีม่วงและกระเป๋าที่ทำจากหนังสัตว์
          สำหรับคนเกิดวันจันทร์
          กระเป๋าเรียกเงินของคุณคือ กระเป๋าสีเข้มๆ เช่นสีน้ำตาล สีม่วง ควรงดกระเป๋ตังค์สีสดๆโดยเฉพาะสีแดง
          สำหรับคนเกิดวันพุธ
          กระเป๋าเรียกเงินของคุณคือ กระเป๋าสีสดๆ แสบๆ เช่นสีแดงแป๊ดๆ ชมพูแป๋นๆ สีส้มเวอร์ๆ งดเว้นจากกระเป๋าหนังสัตว์โทนสีน้ำตาลนะจ๊ะ
          สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี
          กระเป๋าเรียกเงินของคุณคือ สีแดงและสีส้ม จะเฮงเปนที่ซู้ดดด ห้ามใช้สีดำแค่สีเดียวนะจ๊ะ
          สำหรับคนเกิดวันศุกร์
          กระเป๋าเรียกเงินของคุณคือ สีสดใสๆ เช่นสีฟ้าหรือสีชมพู สีที่ไม่ควรใช้คือสีทึบๆ ดีไซน์ก็ไม่ต้องล้ำหน้ามาก แค่เรียบๆก็พอนะ
          สำหรับคนเกิดวันเสาร์
          กระเป๋าเรียกเงินของคุณคือ สีฟ้าหรือสีม่วง สีที่ต้องห้ามคือสีเขียวและสีน้ำตาล
          ได้ทราบกันครบแล้วนะครับ สำหรับกระเป๋าเรียกเงินของทั้ง 7 วัน นอกจากจะมีกระเป๋าถูกโฉลกแล้ว ก็จะต้องขยันทำงานให้ถูกที่ ถูกเวลา ไม่ขี้เกียจ แค่นี้ เงินก็จะเต็มกระเป๋าแล้วล่ะครับ...


...........................................................................................


ติดต่อ สอบถามพุดคุยเพิ่มเติม ได้ที่
เอกสิทธิ์
Mobile : 081-575-8928
e-mail : tororichclub@hotmail.com
https://www.facebook.com/toro.richclub#!/toro.richclub
http://torojunior.blogspot.com/
http://www.goodtimeja.com/hiranpakorn

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วันนี้วันพระ...ธรรมะ กับ แว่นสีเขียว...


         
           "ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์ และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ เขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงามแก่คนที่ สามารถ รักษาอาการปวดศีรษะของเขาได้ "


          หลายคนรวมทั้งหมอที่เชี่ยวชาญต่างก็มาเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดศีรษะของเศรษฐี ผู้นี้ แต่ไม่มีใคร สามารถ ทำให้ เขาดีขึ้นได้ 
          อยู่มาวันหนึ่ง มีฤาษีคนหนึ่งมาเยี่ยมท่านเศรษฐี เศรษฐีได้บอกเกี่ยวกับโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ ฤาษีจึงบอกกับท่านเศรษฐีว่า “โธ่เอ้ยวิธีรักษาอาการปวดหัวของเจ้ามันง่ายนิดเดียว นั่นก็คือเจ้าจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลาแล้วอาการโรคของเจ้าจะหายไป” 
          เศรษฐีดีใจมากและคิดว่าสิ่งที่ฤาษีแนะนำเขานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก 
วันรุ่งขึ้นท่านเศรษฐีจึงจ้างช่างทาสี หลายร้อยคน มาช่วยกันทาสีของหมู่บ้านให้เป็นสีเขียวทั้งหมด 
          นอกจากนี้ด้วยความที่รวยมาก ยังซื้อเสื้อผ้าให้กับคนในหมู่บ้านทุกคนใส่ 
ในตอนนี้ไม่ว่าท่านเศรษฐีมองไปทางใดก็จะเป็นสีเขียวตลอดเวลาตามคำแนะนำของฤาษี 
          อาการปวดศีรษะของเขาก็เริ่มดีขึ้นๆ เขาเริ่มเป็นคนยิ้มง่ายและมีความสุขมากขึ้น 
สองสามเดือนถัดมา ท่านฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า 
          'หยุด หยุด ท่านเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน' 
ฤาษีก็รีบวิ่งและหนีเข้าไปในบ้านของเศรษฐีได้ในที่สุด 
ฤาษีได้พบกับเศรษฐีในบ้านและตำหนิว่า 
          'ทำไมเจ้าถึงเสียเงินทองและ เวลามากมาย เพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆรอบตัวเจ้าเล่า เราไม่ได้บอกให้เจ้าไปเที่ยวทาสีทุกอย่างให้เป็นสีเขียวเลย เจ้าเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น เจ้าก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว' 


          "หากเราต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัว เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกคนหรือทุกอย่าง เราเพียงแต่เปลี่ยนตัวของเราเองก่อน แล้วเราจะพบว่าทุกสิ่งรอบตัวของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน "


ที่มา : เรื่องจาก การพัฒนาศักยภาพอย่างสมบูรณ์ ดร. อาจอง 


.............................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาต้องการให้กอด...เคยกอดเพื่อนบ้างหรือยัง...




know when they need a hug, and couldn't you use one?
รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาต้องการให้กอด...เคยกอดเพื่อนบ้างหรือยัง...

Love them unconditionally, that is the only condition
รักโดยไร้ข้อแม้........นี่เป็นเพียงเงื่อนไขข้อเดียวเท่านั้น

Make them feel spicial, because aren't we all special?
ทำให้เขารู้สึกเป็นคนพิเศษ.. เพราะเราทุกคนก็เป็นคนพิเศษไม่ใช่เหรอ ?

Never forget them, who wants to feel forgotten
อย่าลืมเพื่อน........ ใครบ้างอยากถูกลืม

Offer to help, and know when " Nothanks" is just politeness
เสนอตัวที่จะช่วยเหลือ......และควรรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คำว่า "ไม่เป็นไร ขอบคุณ "
เป็นคำพูดแค่เพื่อมารยาท

Praise them honesly and openly
ยกย่องเพื่อนอย่างจริงใจ และเปิดเผย

.............................................................................................



"คุณ" ไม่มีเวลาจริงหรือ ? ...





          "ชีวิตคนเราเมื่อพิจารณาให้ดีแล้ว มันสั้นนัก มีเกิดและดับเป็นธรรมดาโลก แต่ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี่ซิ"


          มนุษย์ผู้มีปัญญาจึงควรที่จะดำรงชีวิตอย่างชาญฉลาด พระพุทธเจ้าเคยอบรมสั่งสอนมนุษย์ไว้ว่า
          ทรัพย์สินที่พึงได้จากการประกอบกิจการงานต่าง ๆ นั้น ควรแบ่งออกเป็น 4 กองเท่า ๆ กัน
          กองแรก เก็บสะสมไว้ใช้ยามขัดสน
          กองสอง ใช้จ่ายเพื่อทดแทนผู้มีพระคุณ
          กองสาม ใช้เพื่อความสุขส่วนตัว
          กองสี่ ใช้เพื่อสร้างสรรค์ความดีงามให้แก่สังคม


          แล้วการทำงานของมนุษย์ล่ะ หลายคนยังมัววุ่นแก่การทำงานโดยไม่ยอมแบ่งเวลาเหลียวหลังมองถึง
          บุคคลที่รักและห่วงใยตนเองเลยหรือ??? มนุษย์บางคนทุ่มเวลาทั้งหมดให้แก่หน้าที่การงาน
          พร้อมกับคิดว่า การกระทำดังนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่นั่นคือการกระทำที่โง่เขลาเป็นที่สุด
          ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่า ๆ กัน แต่ผู้ใดที่ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับงาน โดยไม่ยอมแบ่งปันเวลาให้แก่ผู้ใด
          แม้กระทั่งตัวเองเป็นมนุษย์ที่เขลาเบาปัญญาที่สุด บริหารไม่ได้แม้กระทั่งเวลา 24 ชั่วโมงของตัวเองในแต่ละวันแล้ว
          มนุษย์ผู้นั้นจะบริหารอะไรได้ ทำไมมนุษย์ผู้ชาญฉลาดจึงไม่แบ่งปันเวลาให้เสมือนหนึ่งการแบ่งปันกองเงิน
          ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าบ้างเล่า... ไม่ต้องแบ่งเวลาให้เป็นสี่กองเท่า ๆ กันหรอก
          เพียงแต่แบ่งปันเวลาในแต่ละส่วนให้เหมาะสมเท่านั้น 8 ชั่วโมงสำหรับการทำงาน เพื่อความก้าวหน้ามั่นคงในชีวิต


          8 ชั่วโมงสำหรับการพักผ่อน เก็บเรี่ยวแรงไว้ต่อสู้กับหน้าที่การงานและอุปสรรคในวันพรุ่งนี้
          5 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง เพื่อประกอบกิจการต่าง ๆ
          2 ชั่วโมงสำหรับโลกส่วนตัวของตนเอง
          59 นาที สำหรับดูแลและรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย และช่วยเหลือสังคม
          และ 1 นาทีของคุณ ที่มอบให้กับคนที่รักและห่วงใยคุณโดยไม่นำเวลาอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง


          เพราะเพียง 1 นาทีนี้ มันมีค่ามากเกินกว่าคณานับได้ในความรู้สึกของเขาคนนั้น จงอย่ากล่าวว่า " ไม่มีเวลา... " 
          เพราะเวลาเป็นสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดในโลกนี้ที่มีให้แก่มนุษย์ มนุษย์ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่า ๆ กัน
          ไม่มีใครมีเวลามาก และไม่มีใครมีเวลาน้อยไปกว่านี้ 24 ชั่วโมงใน 1 วัน ที่มหาเศรษฐี หรือยาจก
          มีเท่าเทียมกันไม่ขาดเกินแม้แต่เศษเสี้ยวของวินาที ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ผู้ใดที่กล่าวว่า " ไม่มีเวลา " 
          จึงเป็นผู้ล้มเหลวในการบริหารเวลา 24 ชั่วโมง ในแต่ละวันของตนเองอย่างสิ้นเชิง และใช้คำว่า " ไม่มีเวลา " 
          เป็นข้อแก้ตัวเพื่อปกปิด ความล้มเหลวเรื่องเวลาของตนเองอย่างขลาดเขลา มนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จในชีวิต
          จึงไม่ใช่ผู้ที่เก่งแต่การทำงานอย่างเดียว แต่มนุษย์ผู้ฉลาดและประสบความสำเร็จในชีวิต
          ต้องเป็นผู้ที่รู้จักแบ่งสัดส่วนเวลาวันละ 24 ชั่วโมงของตนเอง ได้อย่างลงตัว วันละ 24 ชั่วโมงของตนเอง
          ที่มีไว้สำหรับการทำงาน การพักผ่อน การเดินทาง มิตรภาพ ความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใย ความเอื้ออาทร ฯลฯ
          โดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต นี่แหละ คือมนุษย์ผู้ชาญฉลาดที่รู้จัก " ใช้เวลา " 
          แล้ววันนี้..คุณจะยังอ้างเหตุผลว่า " ไม่มีเวลา " อีกหรือ?


..............................................................................................

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แวะเข้ามาแล้ว...ฝาก "ให้อาหารปลาด้วยครับ..."


"ให้อาหารปลาด้วยครับ..."
การเลี้ยงปลา เป็นอบ่างหนึ่ง ที่หลายๆคนชอบ...อาจเป็นเราะความสวยงาม หรือความรัก ก็ตามแต่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ....การได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบจริงๆ...ได้หยุด คิด และคุยกับตัวเองบ้าง ในบางโอกาส ทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำ พร้อมสิ่งใหม่ๆ ที่จะผ่านเข้ามา...
แล้วมีสติ...ทุกปัญหา ก็มีทางออก...


"ค่ำคืนแห่งความเงียบเหงา...มิได้ยาวนานไปกว่าคืนไหนๆ หรอก...
อีกไม่นานก็เช้า  ชีวิตก็วุ่นวายเหมือนเดิมแล้ว..."

...............................................................................

ผัก 10 ชนิด... ที่ไม่กินไม่ได้แล้ว...




          1. ผักกาดขาว : ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ มีโฟเลตสูง ช่วยบำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์ 
          2. ต้นหอม : มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยบรรเทาอาการหวัด และมีสารฟลาโลนอยด์ช่วยต้านมะเร็ง 
          3. หอมหัวใหญ่ : ช่วยลดอาการของโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 
          4. คะน้า : มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันโรคกระดูกพรุน และมะเร็ง 
          5. ตำลึง : มีวิตามินเอสูง ซึ่งดีต่อดวงตา พร้อมเส้นใยจับไนเตรต ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร 
          6. มะระ : มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นยาระบายอ่อนๆ ถ้านำมาคั้นน้ำดื่มจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด 
          7. บัวบก : มีวิตามินบีสูง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บำรุงสมองและความจำ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ 
           8. ชะอม : ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้ มีเส้นใยคอยจับอนุมูลอิสระ 
          9. ถั่วพู : มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสารช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว 
        10. ผักชี : ช่วยขับลม บำรุงธาตุ ย่อยอาหาร มีน้ำมันหอมระเหย แก้หวัด มีวิตามินเอและซีสูง 


        จะแถมท้ายด้วย ‘หญ้าอ่อน’ ที่ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวย ช่วยให้หัวใจสูบฉีด ก็ไม่ว่ากัน!...
....................................................................................


ติดต่อ สอบถามพุดคุยเพิ่มเติม ได้ที่
เอกสิทธิ์
Mobile : 081-575-8928
e-mail : tororichclub@hotmail.com
https://www.facebook.com/toro.richclub#!/toro.richclub
http://torojunior.blogspot.com/
http://www.goodtimeja.com/hiranpakorn

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

"อย่าคิดว่า สูญเสีย แล้วชีวิตจะต้องเป็นศูนย์ "...



"อย่าคิดว่าสูญเสียแล้วชีวิตจะต้องเป็นศูนย์ 
เรานับหนึ่งใหม่ได้เสมอหากเราคิดจะนับซะอย่าง"

          ถ้าสิ่งที่เราคาดหวัง...ไม่เป็นดั่งหวังถ้าสิ่งที่เราพยายามทุ่มเททำสุดแรง กายแรงใจไม่ประสบผลสำเร็จ ถ้าสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นและได้สร้างความบอบช้ำจนทำให้เราต้องจมอยู่กับความทุกข์

          เรา กำลังก้าวสู่ "ชีวิตที่เป็นจริง" แล้วหล่ะ เพราะความเป็นจริงของชีวิต จะสอนให้เรารู้จักยอมรับความพ่ายแพ้สอนให้เรารู้จักสูญเสียน้ำตา เพื่อที่จะได้รอยยิ้มคืน กลับมาเป็นรางวัลตอบแทนแต่มันก็ไม่เคยทำให้ใครหมดสิ้นความหวัง หมดสิ้นพลังและกำลังใจไปกับความพ่ายแพ้ เพียงแค่ความเป็นจริงสอนให้พวกเราทุกคนรู้ว่า

          ...........อย่าเพียรสร้างความหวัง แต่ให้เชื่อมั่นในความหวัง............

          เพราะความเชื่อมั่นจะนำพาเราไปพบกับ "หนทางสู่ความสำเร็จ"

   แม้ว่าจะต้องฝ่าฟันอะไรอีกมากมายกว่าจะถึงวันนั้น
   แม้ว่าจะต้องล้มลงอีกสักกี่ครั้ง
   แม้ว่าจะต้องผิดหวังอย่างแรงอีกสักกี่หนก็ตาม

.........................................................................................


Global Rich Club จริงหรือหลอก



          นี่ก็เป็นอีกคำถามยอดฮิตที่ผู้ที่สนใจธุรกิจ สอบถามกันมาก ก่อนอื่นเรามาดูความหมายของคำว่า "หลอก" คือ อะไร


          "หลอก" ความหมายตามราชบัณฑิตยสถาน คือ ทำให้เข้าใจผิด สำคัญผิด เช่น หลอกขายของปลอม หรือทำให้เห็นผิดไปจากความเป็นจริง
          แต่จากการที่ได้สัมผัสกับธุรกิจ Global Rich Club เป็นระยะเวลาหนึ่ง พบว่า Global Rich Club เป็นธุรกิจที่ตรงไปตรงมา 
          - บอกว่าสมาชิกจะได้รับฟรีแพ็คเก็จ 4 วัน 3 คืน ในโรงแรมระดับ 3-5 ดาว ในประเทศแถบโซนเอเชีย ก็ได้จริง ได้ลองใช้บริการแล้วครับ
          - บอกว่า จะได้รายได้เมื่อทำได้ตามแผนการตลาดที่กำหนดไว้   ก็เป็นไปตามแผนการตลาดทุกประการ


          แล้วอย่างนี้ คุณคิดว่า Global Rich Club หลอกลวงหรือเปล่า...?


....................................................................................

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มีกำลังใจดีๆื มาฝาก นะ "เพื่อน..."



Forgive them, you just may do somethin wrong sometime
ให้อภัย ....คุณอาจจะเคยทำผิดพลาดในบางเวลา

Get together often, misery loves company, so does glee
เจอกันบ่อยๆ...... เมื่อมีความทุกข์ ต้องมีเพื่อนเพราะการคบค้าสมาคมทำให้เกิดความสนุกสนาน

Have faith in them, the human animal is remarkable
มีศรัทธาในเพื่อน.....การมีศรัทธาเป็นสิ่งที่แบ่งแยกมนุษย์ออกจากสิ่งมีชีวิตอื่น

Include them, you mayneed to be included sometime
รวมเขาเข้าไปด้วย......คุณก็อาจจะต้องการถูกรวมบ้างบางครั้ง

Just be there when they need you
อยู่ข้างๆ.......เมื่อเขาต้องการคุณ

..............................................................................................

15 ประโยชน์สุดแจ่ม ของ ยาสีฟัน...



           นอก จากจะทำให้ฟันสะอาดสดใสแล้ว  ยาสีฟันยังใช้งานได้อย่างวิเศษกับของอย่างอื่นที่ไม่ใช่ฟันด้วยล่ะ  และนี่คือการใช้ยาสีฟันแบบสีขาว (เว้นแต่บอกไว้อย่างอื่น) กับงานต่าง ๆ  รอบบ้านและรอบตัวคุณ           
          1. บรรเทาอาการระคายเคืองจากแมลงกัดต่อยหรือแผลพุพอง ทายาสีฟันลงไปบริเวณที่ถูกแมลงกัดต่อยโดยตรง มันจะบรรเทาอาการคันและลดความบวมลงได้ ส่วนแผลพุพองยาสีฟันจะทำให้แผลแห้งและหายเร็วขึ้น โดยควรทาทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด
          2. บรรเทาแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก สำหรับแผลเล็กน้อยที่ไม่มีรอยเปิด ยาสีฟันจะให้ความเย็นที่ช่วยบรรเทาอาการได้ โดยต้องทาลงไปทันทีหลังเกิดรอยแผล
          3. กำจัดสิว อยากให้สิวหายเร็วขึ้นงั้นหรือ? ลองทายาสีฟันลงบนสิวแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วล้างออกในตอนเช้าสิ สิวจะยุบลงและหายเร็วขึ้น
          4. ทำความสะอาดเล็บ ทั้งเล็บและฟันมีส่วนประกอบของกระดูกเหมือนกัน ยาสีฟัน จึงดีกับเล็บเช่นกันเพราะฉะนั้นอย่าลืมใช้แปรงและยาสีฟันขัดเล็บเป็นประจำ เพื่อช่วยให้เล็บสะอาดเป็นเงางาม และแข็งแรงขึ้น
          5. ทำให้ผมอยู่ทรง ยาสีฟันแบบเจลมีส่วนผสมของโพลีเมอร์ที่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนผสมแบบเดียวกับที่เจลแต่งผมส่วนใหญ่ใช้ ฉะนั้น ถ้าคุณมองหาอะไรที่จะสร้างสรรค์ผมซึ่งต้องการความอยู่ตัวแบบสุด ๆ แต่เจลแต่งผมเกิดขาดมือ ลองใช้ยาสีฟันแบบเจลแทนก็ได้
          6. กำจัดกลิ่นเหม็น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกระเทียม หัวหอม ปลา หรืออาหารกลิ่นแรงอื่น ๆ ที่ติดอยู่บนมือ ลองใช้ยาสีฟันถูมือ มันจะช่วยกำจัดกลิ่นพวกนี้ได้
          7. กำจัดรอยเปื้อน รอยเปื้อนที่กำจัดยากบนเสื้อผ้าหรือพรม ยาสีฟันสามารถช่วยได้สำหรับเสื้อผ้า ทายาสีฟันลงบนรอยเปื้อนโดยตรงและขยี้เบา ๆ จนกระทั่งรอยเปื้อนหายไป แล้วซักตามปกติ (แต่ควรระวัง ถ้าใช้ยาสีฟันแบบไวเทนนิ่งบนผ้าสีอาจทำให้สีผ้าซีดลงได้) สำหรับรอยเปื้อนบนพรม ทายาสีฟันลงบนรอยเปื้อน ใช้แปรงขัดจนรอยเปื้อนจางลง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด        
          8. ชุบชีวิตรองเท้าเก่า ทำความสะอาดรองเท้าวิ่งที่สกปรกมอมแมม แต่ซักน้ำไม่ได้ ด้วยการทายาสีฟันลงบนรอยเปื้อนแล้วขัดเบา ๆ จากนั้น เช็ดให้สะอาด
          9. กำจัดรอยสีเทียนบนผนัง ใช้ผ้าชุบน้ำพอชื้น ๆ กับยาสีฟันขัดเบา ๆ บนรอยเปื้อน
        10. ทำความสะอาดเครื่องประดับเงิน ทายาสีฟันลงบนเครื่องประดับเงิน แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นใช้ผ้าสะอาด ๆ เช็ดออกในตอนเช้า ส่วนเครื่องประดับที่เป็นเพชร ก็สามารถใช้แปรงนุ่ม ๆ ยาสีฟันเล็กน้อย และน้ำขัดเบา ๆ ให้แวววาวดังเก่าได้ แต่อย่าใช้กับมุกเพราะจะทำให้เคลือบผิวเสียหายได้
        11. กำจัดรอยขีดข่วนบนซีดี ได้ผลดีกับรอยขีดข่วนตื้น ๆ และรอยเปื้อนทั่วไปแค่ทายาสีฟันบาง ๆ ลงบนแผ่นซีดี ถูเบา ๆ แล้วเช็ดด้วยน้ำให้สะอาด
        12. ทำความสะอาดคีย์เปียโน น้ำมันบนผิวหนังอาจติดอยู่บนคีย์เปียโน และดึงดูดเอาฝุ่นและความสกปรกมาสะสมไว้ ทำความสะอาดมันด้วยผ้าที่ปราศจากขุยชุบน้ำพอชื้น ๆ แตะยาสีฟันเล็กน้อยจากนั้น เช็ดซ้ำด้วยผ้าสะอาด ๆ อีกผืน
        13. กำจัดกลิ่นขวดนมเด็ก ถ้าขวดนมเริ่มมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของนมบูด ลองใช้ยาสีฟันทำความสะอาดคราบตกค้างและกำจัดกลิ่น แต่ต้องล้างน้ำสะอาดให้หมดจดจริง ๆ ก่อนใช้
        14. กำจัดรอยไหม้บนหน้าเตารีด ซิลิก้าในยาสีฟันสามารถช่วยกำจัดคราบดำ ๆ ไหม้ ๆ พวกนั้นได้
        15. คืนความใสให้เลนส์ แว่นตาสำหรับว่ายน้ำหรือดำน้ำอาจขุ่นมัวได้เมื่อใช้ไปนาน ๆ  ก่อนจะซื้ออันใหม่ลองทายาสีฟันเล็กน้อย ลงบนกระจกแว่น ถูให้ทั่วแล้วล้างให้สะอาด แต่อย่าขัดแรงเกินไป เนื่องจากส่วนผสมที่มีฤทธิ์ในการขัดสีในยาสีฟันอาจทำให้เลนส์เป็นรอยได้


ขอบคุณข้อมูลจาก Lisa


...........................................................................................................

โอย...นอนไม่หลับ...




          นอนไม่หลับร่างกายและสมองต้องการการพักผ่อนในแต่ละวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับวันใหม่ ถ้าเมื่อไหร่ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรทำงานตลอดเวลาอาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานได้ ดังนั้น เราควรใส่ใจกับสุขลักษณะการนอนเพื่อให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจธรรมชาติมนุษย์ทุกคนมีนาฬิกาชีวภาพ (Biological clock)ในสมองคอยปรับเวลาในการนอนหลับมีวงจร การนอน-ตื่น และมีสารสื่อประสาทที่สำคัญหลายตัว คอยควบคุมการนอน ไม่มีเวลาที่ตายตัวว่า
          
          ในแต่ละคนต้องนอนหลับกี่ชม.ต่อวันจึงจะเพียงพอ แต่อย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 4 ชม. ในคนที่นอนไม่พอหรืออดนอนนานๆ ประสิทธิภาพในการทำงานต่างๆ จึงลดลง เนื่องจากสมองล้า ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดสมาธิสาเหตุของการนอนไม่หลับมีได้หลายอย่างเช่น มีการเจ็บป่วยทางกายเช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคที่ทำให้มีการเจ็บปวดตามที่ต่างๆ ของร่างกาย มีปัญหาทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวลภาวะซึมเศร้า หรือระยะแรกของอาการทางจิต การใช้สารกระตุ้น เช่น กาแฟ ชา บุหรี่ สุรา ยาบ้า เป็นต้นหรือบางคนอาจไม่พบสาเหตุก็เป็นได้การนอนไม่หลับมีได้ทั้งแบบที่นอนไม่หลับในช่วงเริ่มต้นการนอน (Initial Insomnia) หรือ นอนหลับง่ายแต่ตื่นเร็วหรือตื่นบ่อยๆระหว่างคืน (Terminal Insomnia)


          วิธีการแก้ไขการนอนไม่หลับด้วยตนเอง
          
          1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้นอนไม่หลับ เช่น • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน /บุหรี่ / สุรา เพราะมีฤทธิ์ทำให้ตื่นตัวและเป็นโทษต่อร่างกาย • อาหารมื้อหนักก่อนอน เพราะจะทำให้แน่นท้องท้องอืด และไม่สบายตัว• กิจกรรมที่ใช้พลังงานมากก่อนนอน เช่น ออกกำลังกายหักโหมเกินไป • ทำงานที่มีความเครียดหรือใช้สมาธิมากๆ ก่อนเข้านอน• ความอ้วน เพราะ จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่นอนกรน หรือ หยุดหายใจระหว่างนอนหลับได้
          
          2. เพิ่มปัจจัยส่งเสริมการนอนที่ดี เช่น • ปรับสภาพแวดล้อมการนอนที่เหมาะสม เช่น หมอนควรพอดีกับต้นคอ ที่นอนไม่แข็งหรือนิ่มจนเดินไปอุณหภูมิพอดีเย็นสบาย แสงไม่ควรจ้าหรือควรปิดไฟขณะนอนหลับ• ท่านอนที่นอนหลับสบายคือนอนหงาย หรือนอนตะแคงโดยที่มีหมอนข้างหนุนที่ขาด้วย• เวลานอนและตื่น ( ตรงเวลา / เพียงพอ / นอนเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น )• ผ่อนคลายความตึงเครียด เช่น บริหารยืดคลายกล้ามเนื้อ นั่งสมาธิก่อนเข้านอน ฟังเพลงเบาๆก่อนนอนหรือ หากิจกรรมอดิเรกทำในช่วงที่ว่างจากงานแต่ถ้าปรับสุขลักษณะการนอนแล้วไม่ดีขึ้น แสดงว่าคุณอาจต้องมาพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมหรือใช้ยาช่วยปรับการนอนตามสาเหตุที่แพทย์ตรวจพบ ซึ่งปัจจุบันการรับประทานยานอนหลับไม่ได้น่ากลัวและไม่ได้ทำให้ติดยาเหมือนความเชื่อที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ซื้อยาเองหรือปรับขนาดยาเอง


แหล่งที่มา : http://www.samitivejhospitals.com/healthblog/Sriracha/blogdetail.php?id=42


.....................................................................................................


วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ไม่มีใคร เกิดมาไร้ค่า ...




.. ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า 
แม้แต่คนโง่ที่สุดยังฉลาดในบางเรื่อง 
และคนฉลาดที่สุด 
ก็ยังโง่ในหลายเรื่อง ..

.. ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า 
การคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต

ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป 
ที่จะทำใหสิ่งที่ตนฝัน ..

.. คนที่ไม่เคยหิว 
ย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม

ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลว 
ย่อมหอมหวานกว่าเดิม ..

.. อันตรายที่สุดของชีวิตคนเราคือ การคาดหวัง 
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ 
เหตุผลขอคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคน 
อีกคนนึง ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า 
ทางข้างหน้าเป็นอย่างไร 
ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น 
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป 
หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ 
มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง ..

.. คนเรา 
ไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง 
แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้น 
ที่ได้ทำ ..

หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย 
หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง .. มากกว่า

แตงโมต้านมะเร็ง...




          สำหรับสาวคนใดที่ชื่นชอบการรับประทานผลไม้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ในประเทศหรือต่างประเทศ แต่มีผลไม้ชนิดหนึ่งที่สาวๆ ทั้งหลายไม่ควรพลาด นั่นก็คือ…แตงโม 
          เนื่องจากในผลแตงโมมีสารสำคัญสีแดงที่มีชื่อว่า ‘ไลโคปีน’ (Lycopene) ที่ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ อีกทั้งในเนื้อแตงโมยังมี ‘เบตาแคโรทีน’ (Beta-Carotene) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย
          นอกจากนี้เปลือกแตงโมยังมีสาร ‘ซิทรูไลน์’ (Citruline) ที่มีส่วนช่วยขยายเส้นเลือดซึ่งเป็นผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน และสารนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อคนที่เป็นโรคอ้วนและเบาหวานด้วย สำหรับผู้หญิงคนใดที่ต้องการลดความอ้วน แตงโมอาจกลายเป็นตัวเลือกสำคัญของคุณได้ เนื่องจากแตงโมมีแคลอรี่ต่ำ และยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีที่ช่วยป้องกันไข้หวัดและโรคเลือดออกตามไรฟัน หรือจะเป็นโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิตของร่างกาย
          ใครที่เคยเมินเชิดใส่แตงโม ควรรีบเปลี่ยนทัศนคติแล้วหันกลับมาให้ความสนใจในคุณประโยชน์และรสชาติหวานอร่อยของแตงโมอย่างเต็มที่ 

...............................................................................................

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ใคร?...ต้องการกำลังใจ ยกมือขึ้น...



   

ชีวิตเป็นของเธอ 
ทางเดินชีวิตย่อมเป็นของเธอ 
สองขาของเธอ จงก้าวไปตามทางนั้น 
ทำในสิ่งที่เธอถนัดและเข้าใจ 
เธอจะไปได้ดีเท่าที่เธอควรจะไป

หากอยากจะถามหา 
ความจริงใจจากใครต่อใคร 
ต้องเริ่มถามหาที่ตัวเธอเองก่อน 
ว่ามีความจริงใจเพียงพอหรือไม่

ชีวิต 
ไม่เคยมีคำว่าสาย 
หากก้าวหลงเดินทางผิด 
ย่อมกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ 
อาจจะช้ากว่าที่ควรจะเป็นไป 
แต่ก้อยังดีกว่าดิ่งลึก 
จมลงในความเลวร้ายทุกที ทุกที 

ความผิดหวัง คือพลังสร้างความแข็งแกร่ง 
จงยอมรับความผิดหวัง และความเจ็บปวดในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
และใช้มัน เป็นบทเรียนที่จะไม่ให้เกิดขึ้น

ไม่มีเวลาไม่มีในโลก 
เวลาคือสิ่งเดียวที่คนบนโลกได้รับเท่ากันอย่างยุติธรรมที่สุด เพียงแต่ใครจะสามารถ 
จัดสรรเวลาให้มีค่ามากที่สุด 

ชนะตนเองคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ 
จงมุ่งมั่นความเป็นเลิศ แต่อย่ามุ่งหมายเพื่อความสมบูรณ์แบบ การเอาชนะใจจนเอง 
คือชัยชนะที่ประเสริฐที่สุด ความสำเร็จตัดสินที่ความสุขในใจเรา

เป็นและอยู่อย่างผู้กล้าหาญ 
จงกล้าเข้าไว้ หากโอกาสมันล่วงผ่านไป เราอาจจะเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่า 
สิ่งที่ทำไปแล้วเสียอีก

ทำในสิ่งที่รักหรือจะรักในสิ่งที่ทำ 
หากไม่สามารถเลือกทำงานที่เรารักได้ ก็จงรักในงานที่ต้องทำ เพราะความรักในงาน 
ที่สร้างความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน 

อ่อนน้อม ถ่อมตน คือวิถีของผู้ทรงปัญญา 
รวงข้าวที่หนักด้วยเมล็ดย่อมโน้มลงสู่ดิน เฉกเช่นผู้ทรงคุณวุฒิ และปัญญามักถ่อมตน

ปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนที่อยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา 
ปฏิบัติสิ่งดี ๆ ต่อผู้อื่นให้เป็นนิสัย เพราะความดีย่อมได้รับการตอบแทนด้วยความดีเสมอ 

เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส 
จงฉวยสิ่งดีจากสถานการณ์ที่เลวร้ายแทนที่จะให้คำว่า "ปัญหา" ให้หันมาใช้คำว่า 
"โอกาส" แทน เพราะเรื่องราวบนโลกนี้ มีมุมสำหรับมองมากกว่าสองด้านเสมอ

คนที่ไม่เคยพลาด คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย 
เมื่อพลาดพลั้งอย่าเพิ่งหมดหวังกับชีวิต มีเพียงคนที่ไม่เคยทำอะไรเลยเท่านั้น
ที่จะ ไม่เคยพบกับความผิดหวัง

คิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด 
ิจงระมัดระวังทุกคำที่พูด เพราะเมื่อพูดออกไปแล้ว ไม่สามารถเรียกกลับมาคืนได้

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง 
หากต้องการชัยชนะต้องศึกษาตนเองให้รอบทิศ ศึกษาคู่แข่งให้รอบด้าน
ประเมินเขา ประเมินเรา ก่อนลงสู้สนาม เพราะบางเวลาที่โอกาสที่ดี มีเพียงครั้งเดียว

หาเพื่อนใหม่ และถนอมมิตรภาพกับเพื่อนเก่า 
มิตรภาพยิ่งเก่ายิ่งเลอค่า ทะนุถนอมความสัมพันธ์กับเพื่อนเก่า
และแสวงหาเพื่อนใหม่ เพื่อขยายโลกให้กว้างขึ้น

เคยถามตัวเองบ้างไหม 
ว่าชีวิตต้องการอะไร ? 
ถาม ... และหาคำตอบให้แน่ใจ 
และเข้าใจให้ถ่องแท้ 
เมื่อนั้น เราจะก้าวต่อไปข้าวหน้าอย่างเชื่อมั่น 
และถูกทิศทางกว่าเดิม 

โลกเรายังคงหมุนไปทุกวัน 
หากวันนี้เราหยุดนิ่ง 
พรุ่งนี้ ......... 
เราก้อแทบวิ่งตามไม่ทัน

ชีวิตที่มีคุณค่า 
คือการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า 
อย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์เลย 
มาเริ่มต้นสรรค์สร้างสิ่งดีดี 
ให้กับชีวิตของเราเถิด . 

.................................................................................................................