tororichclub

tororichclub

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เวลา... คือของขวัญที่ดีที่สุด...

          "เราทุกคนรู้ดีว่า...เวลามีค่ามาก ของขวัญวันเกิดที่มีค่ามากที่สุด จึงไม่ใช่สิ่งของราคาแพง แต่มันคือเวลา...ที่ถูกใช้ร่วมกัน"

          ก่อนที่วันเกิดของแฟนจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน เชื่อว่าใครหลายคนก็คงเก็บข้อมูลแบบลับ ๆ โดยไม่ให้แฟนรู้ตัว เพื่อสืบว่าเขากำลังอยากได้อะไรเป็นพิเศษ จะได้เซอร์ไพรส์ให้เขาดีใจ บางคนอาจยิงคำถามตรง ๆ ว่าวันเกิดปีนี้อยากได้อะไร จะได้มอบให้แบบไม่ต้องลุ้นว่าถูกใจหรือเปล่า

          เรื่องนี้ก็คงแล้วแต่วิธีการของแต่ละคนนะ แต่สำหรับคนที่สืบแล้วก็ยังไม่รู้ว่าแฟนตัวเองอยากได้อะไรเป็นของขวัญ หรือถามตรง ๆ ก็ได้รับคำตอบว่า "ไม่อยากได้อะไรหรอก" ก็ไม่ต้องเก็บมาคิดต่อให้ปวดหัวหรอกว่า ให้ของขวัญอะไรแฟนเราถึงจะถูกใจ อยากซื้ออะไร อยากทำสิ่งใดให้ก็ลงมือเลย การให้ของขวัญแฟนในวันเกิดด้วยความตั้งใจ จะเป็นสิ่งของมันก็น่ารักเสมอนั่นแหละ

          หรือถ้าหากของขวัญนั้นจะไม่ใช่สิ่งของ...ก็ไม่ผิด เพราะนิยามคำว่า "ของขวัญ" ไม่ได้หมายถึงสิ่งของเท่านั้น มันคืออะไรก็ได้ที่ทำให้คนรับ "มีความสุข" ซึ่งความสุขของคนรักกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่า "ช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกัน"

          ต่อให้เราไม่มีของขวัญเป็นชิ้น หรือดอกไม้เป็นช่อ แต่การกินข้าวด้วยกันสักมื้อ ที่ร้านบรรยากาศดี ๆ พาไปเดินเที่ยว ซื้อของ หรือนั่งเล่นด้วยกันที่ไหนสักแห่ง ออกเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันให้รักมีสีสัน ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า นี่แหละคือของขวัญที่ "มอบความสุข" ให้กันได้มากที่สุด

          วันเกิดทั้งที... ใคร ๆ ก็อยากใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก หากไม่นับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท ก็มีแฟนนี่แหละที่เราอยากใช้เวลาอยู่ด้วย ลองจินตนาการดูสิว่ามันเศร้าแค่ไหน หากแฟนของเราให้ของขวัญที่กำลังอยากได้ แต่ไม่ได้ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันเลยสักวินาทีเดียว

          ของขวัญที่เป็นสิ่งของ ไม่ว่าจะถูกหรือแพงเราก็ทำมันหายหรือพังได้หากไม่ระวัง แต่สำหรับช่วงเวลาดี ๆ ที่คนสองคนใช้ร่วมกันมันจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำ และอยู่ในใจเราไปตลอดชีวิต

เขียนโดย : หนุ่ม ทัศนัย
.......................................................................................

กล้วยอบกับซอสไมโล....


ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)


  • กล้วยหอม 2 ลูก 
  • เนยจืด 2 ข้อนโต๊ะ 
  • ผงอบเชยเล็กน้อย  
  • ส่วนผสมซอสไมโล  
  • ไมโลผง 2 ข้อนโต๊ะ 
  • เนยสดชนิดเค็มละลายแล้ว 3 ข้อนโต๊ะ 
  • นมข้นจืด 3 ข้อนโต๊ะ 
  • ไอซิ่ง (น้ำตาลป่น) 1/4 ถ้วย 


วิธีการทำกล้วยอบ
          1. เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 176 องศาเซลเซียส หรือ 350 องศาฟาเรนไฮซ์ หรือใช้กระทะเทฟลอนตั้งไฟอ่อนๆ 
          2. หั่นกล้วยครึ่งหนึ่งตามยาว จากนั้นทาเนยจืดไปที่ถาด หรือกระทะเทฟล่อน
          3. วางกล้วยลงบนถาด หรือกระทะเทฟล่อนแล้วทาเนยให้ทั่วกล้วยหอม
          4. นำกล้วยเข้าอบ ทิ้งไว้ 15 นาที หรือทอดพอสุกเหลืองทั้งสองด้าน หรือได้กลิ่นหอมของกล้วยหอมจึงนำออกมาแล้วโรยด้วยผงอบเชยเล็กน้อยเพิ่มความหอม

วิธีการทำซอสไมโล
          1. ผสมนมข้นจืดกับผงไมโลใส่หม้อตุ๋น ตั้งไฟอ่อน พอร้อนแล้วจึงใส่เนยสดที่ละลายไว้แล้ว 
          2. พอเนยละลายจึงใส่ไอซิ่งหรือใช่นำ้ตาลทรายป่นละเอียดได้เช่นกัน และคนให้เข้ากัน ใช้ทานคู่กับกล้วยอบแสนอร่อย

Tip : 
          อยากให้เมนูนี้สดชื่นเพิ่มขึ้นด้วยการทานกับไอศครีมวานิลลา แล้วคุณจะรู้ว่ามันช่างเข้ากันได้อย่างสุดแสนวิเศษ
          ช้กระทะเทฟล่อนแทนการใช้เตาอบได้เช่นกัน โดยใช้ไฟอ่อน-ปานกลาง

Tkank : goodfoodgoodlife
........................................................................................

เห็ดนางฟ้าทอดกรอบเจ


ส่วนผสม (สำหรับ 7 ที่)


  • เห็ดนางฟ้าฉีกเป็นเส้นเล็กๆ 200 กรัม 
  • พริกไทยป่น 2 ช้อนชา 
  • พริกชี้ฟ้าสดบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ 
  • ใบมะกรูดหั่นฝอย 1/4 ถ้วยตวง 
  • ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ 1/4 ถ้วยตวง 
  • แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วยตวง 
  • น้ำเปล่า 1 1/2 ถ้วยตวง 
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด -
  • ส่วนผสมน้ำจิ้มสามรส  
  • น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง 
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง 
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง 
  • เกลือป่น 3 ช้อนชา 
  • พริกชี้ฟ้าแดงแกะเม็ดออกสับละเอียด 2 เม็ด 
  • แครอทหั่นฝอย 1 ถ้วยตวง 
  • หัวผักกาดหั่นฝอย 1 ถ้วยตวง 


วิธีทำ
          1. สูตรอาหารนี้เริ่มจากการผสมเห็ดนางฟ้า กับพริกไทยป่น พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด ปรุงรสด้วย ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ ผสมให้เข้ากันเติมแป้งทอดกรอบลงผสมตามด้วยน้ำเปล่าคนให้เข้ากัน 
          2. ใส่น้ำมันพืชลงกระทะพอร้อน ตักส่วนผสมใส่ลงในกระทะทีละ 1 ช้อนโต๊ะ ทอดจนเหลืองทอง ยกลง สูตรอาหาร เมนูเจนี้ก็พร้อมสำหรับรับประทานกับน้ำจิ้มสามรส  

วิธีทำน้ำจิ้มสามรส
          1. ส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า ใส่หม้อตั้งไฟเคี่ยวต่อไปจนข้น แล้วยกลงพักไว้ให้เย็น
          2. พริกชี้ฟ้า แครอท และหัวผักกาดลงไปผสม โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ตามชอบ

Tkank : goodfoodgoodlife
.......................................................................................

ลดทานเนื้อแดง ช่วยสุขภาพ...

ผลวิจัยชี้ลดทานเนื้อแดง ช่วยทั้งสุขภาพของตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น
          คุณผู้ชายทั้งหลายฟังทางนี้ครับ หากว่าคุณกำลังคิดพยายามลดการทานอาหารที่ทำจากสัตว์เนื้อแดงทั้งหลายให้น้อยลง อาทิเช่น เบค่อน ไส้กรอก หรืออาหารจำพวกเนื้อแดงอื่น ๆ อีกมากมาย คุณกำลังทำสิ่งที่มีประโยชน์มากครับ เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงที่ตัวเองจะเจ็บป่วยแล้ว ยังสามารถช่วยรักษาโลกที่เราอาศัยอยู่อีกทางหนึ่งด้วย งงใช่ไหมครับว่าทำได้อย่างไร งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าเหตุใดการลดทานสัตว์เนื้อแดงถึงดีอย่างนั้นครับ


          มีรายงานที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสารวิชาการออนไลน์ บีเอ็มเจ โอเพ่น (BMJ Open) จากทีมวิจัยของกลุ่มสำรวจด้านอาหารและโภชนาการแห่งสหราชอาณาจักร (British National Diet and Nutrition Survey) พบว่าเมื่อลดการทานอาหารที่มีส่วนประกอบของสัตว์เนื้อแดงจะเกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมคือ สามารถลดปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ ที่เรียกโดยรวมว่า "รอยเท้าคาร์บอน" (Carbon Footprint) ได้ถึง 31 ล้านตันต่อปี ซึ่งเหตุผลที่สัตว์เนื้อแดงทำให้เกิดรอยเท้าคาร์บอนจำนวนมากคือ กรรมวิธีทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เนื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยง การผลิต และแปรรูปให้กลายเป็นอาหาร เพราะมีส่วนทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมากขึ้นทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกที่ว่า การทำฟาร์มปศุสัตว์ มีผลทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์


           ส่วนประโยชน์สำหรับมนุษย์ การลดปริมาณการทานเนื้อแดงจะช่วยลดปัญหาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังที่รักษาได้ยาก ตัวอย่างเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งลำไส้ ได้มากขึ้นถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ผู้ชายจะเป็นเพศที่ชอบทานอาหารจำพวกสัตว์เนื้อแดงอยู่เป็นประจำมากกว่าผู้หญิง และหากผู้ชายหันมาบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลงจากเดิมให้เหลือสักแค่ครึ่งหนึ่งในแต่ละวัน ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นอย่างดี
           สำหรับคุณที่ชอบทานอาหารจำพวกสัตว์เนื้อแดงอยู่เป็นประจำ คงเริ่มชั่งใจกันแล้วว่าควรจะรับประทานกันต่อหรือไม่ เพราะการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในโลกของเราก็เป็นเรื่องที่จำเป็นเช่นกัน แต่ถ้าไม่ทานสัตว์เนื้อแดงเลยก็อาจทำให้ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอต่อร่างกายของเราเองด้วย เช่นนั้นแล้ว เราขอแนะนำให้คุณเลือกเดินทางสายกลางดีกว่า หากคุณชอบทานเนื้อ ก็ลองลดปริมาณลงมาหน่อย แล้วเสริมด้วยการกินถั่วหรืออาหารอย่างอื่นทดแทนกันไป เพียงเท่านี้ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งแล้ว ยังไงก็ลองนำไปปฏิบัติดูนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพของคุณเอง และเพื่อโลกที่เราอาศัยอยู่ 

Thank : k@pook
....................................................................................

คำ "ขอโทษ" ที่มาจากใจ เอาชนะได้ทุกความโกรธ...


          ถ้าจะให้นับจำนวนครั้งว่าในชีวิตที่ผ่านมาเคยโกรธใครบ้าง ฉันคงจำไม่ได้ หรือถ้าจะถามกลับว่า ตอนที่เป็นฝ่ายถูกโกรธล่ะ โกรธกันนานที่สุดกี่วัน ฉันก็คงจำไม่ได้อีกนั่นแหละ รู้แต่ว่าฉันเกลียดช่วงเวลาเหล่านั้นที่สุด 

          มันคือช่วงเวลาที่ "ความโกรธ" กำลังจะเอาชนะ "ความรัก" ที่คนสองคนมีให้กัน ไม่ใช่แค่ฟังดูน่ากลัว แต่เป็นเรื่องที่ควรกลัวเลยล่ะ เพราะถ้าเมื่อใดที่เผลอหลุดเข้าไปอยู่ในโลก ของความขัดแย้งแล้ว การจะก้าวข้ามออกมาจากตรงนั้น มันทำได้ลำบาก ลองความคิดได้สวนทางกันเสียแล้ว หัวใจก็พร้อมจะเดินสวนทาง ตามอย่างไม่ทันคิดว่าถูกหรือผิด

          ตอนเด็ก ๆ เคยเรียนวิชาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ คนที่มาสอนเป็นพระที่บวชในวัดแห่งนั้นแหละ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระสอนเรื่องความโกรธ ยังจำคำสอนนั้นได้แม่นจนถึงทุกวันนี้ เหตุเพราะต้องนั่งท่องคำเขียนบนกระดานดำอยู่เป็นชั่วโมง จำได้ว่าอารมณ์เสียเพราะอยากกลับบ้านไปดูการ์ตูนตอน 4 โมงเย็น แต่พระท่านยังให้ท่องคำเขียน ไม่ยอมปล่อยสักที 

          มาวันนี้...ได้ใช้ประโยชน์แล้ว อย่างน้อย ๆ ก็เป็นการบอกต่อที่น่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการที่พึ่งทางใจ เวลาจะนึกโกรธใคร ถ้าลองได้ท่องคำสอนนี้แล้ว อาจจะยับยั้งชั่งใจตัวเองได้อยู่บ้าง "โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่โกรธดีกว่า จะได้ไม่บ้า ไม่โง่" เออหนอ...พอมาทบทวนคำสอนผนวกเข้าสถานการณ์จริง มันถูกทุกอย่างเลย นึกภาพเวลาเราโกรธใครสักคนสิ หน้าตาดี ๆ ก็ทำให้มันบูดเบี้ยวได้ เคยเป็นคนร่าเริงหัวเราะอารมณ์ดีก็มีท่าทางปั้นปึง ไม่ต่างจากรูปปั้นน่ากลัว ถ้าลองมองคนที่อยู่ในอารมณ์โกรธ ก็ทำให้นึกสงสัยได้เสมอว่า ทำไมถึงปล่อยให้อารมณ์แปลงโฉมคนดี ๆ ให้กลายเป็นเหมือนคนบ้าได้นะ?

          ขอโทษกันสิ...ทางออกมันง่ายนิดเดียว สำหรับบางคนอาจไม่ชอบพูดคำนี้ เพราะตั้งกฎกับตัวเอง (เอาเอง) ว่าถ้าพูดคำขอโทษแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเอง "เหนือกว่า" ไม่ต้องไปฟอร์มมากหรอกน่า ถ้าจะรักกันก็ควรจะดำเนินทั้งชีวิต และวิธีคิดให้ใกล้เคียงกัน คนเราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันไปทุกอย่าง แต่ความแตกต่างที่มันมากเกินก็ไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป อีกอย่างฉันก็ไม่เคยเห็นใครโกรธกันแล้ว มีความสุขสักคน อาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เฝ้ามองโทรศัพท์รอว่าเขาจะโทรมาง้อหรือเปล่า? กับความคิดที่เข้าข้างตัวเองว่า "ฉันเป็นฝ่ายถูก" เหมือนอาวุธร้ายทางความคิดที่เราจินตนาการขึ้นมา ทำร้ายหัวใจเราเองทั้งนั้น ถ้าเขาคิดเหมือนกันว่า "เขาก็ถูก" ล่ะ ไม่ต้องรอไปจนตายเหรอกว่าจะได้คืนดีกัน 

          เชื่ออยู่อย่างว่าถ้าเราจะทำอะไรสักอย่าง แล้วให้ทำออกมาจากหัวใจจริง ๆ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะมีใครเห็นไหม ไม่ต้องกังวลหรอกว่าเขาจะเข้าใจหรือเปล่า? เพราะถ้าเราพยายามจริง ๆ เขาย่อมรู้สึกได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราแสดงออกถึงความพยายามนั้นแล้วล่ะ 

          ทะเลาะกัน...เขาไม่ปล่อยให้ข้ามคืน คนที่อยากคืนดีกันก็ไม่ควรหันหลังให้กันเช่นกัน เอ่ยคำว่า "ขอโทษ" ที่มาจากใจจริง ๆ ออกมาเถอะ ถ้าคนที่เรากำลังจะขอโทษจะดู "เหนือกว่า" สักครั้งจะเป็นไรไป ในเมื่อเขาคนนั้นเป็นคนที่เรารักไม่ใช่หรือ มีแต่ความรู้สึกที่หวังดีต่อกันอย่างแท้จริง และถ้าวันหนึ่งจะต้องเป็นฝ่ายยอม ก็ต้องยอมเป็น ถ้าถึงเวลาต้องขอโทษ...ก็ต้องพูดคำขอโทษเป็น เพราะคงมีแต่คนบ้าเท่านั้นที่โกรธกันแล้วปล่อยปละละเลย กระทั่งไม่เหลือด้านงดงามให้กับความรัก และที่โง่กว่านั้น คือ การเลือกที่จะ "เหนือกว่า" แล้วรับความทุกข์เข้ามาเพื่อทำร้ายตัวเอง

เรื่องโดย : ออนอุมาร์
......................................................................................

ฝนไม่กลัว กลัวไม่สวย...

ฝนไม่กลัว กลัวไม่สวย กับเคล็ดลับสวยสู้ฝนสุดแจ่ม
          "ฝนไม่กลัว กลัวไม่สวย" ท่อง คำนี้ไว้ให้ขึ้นใจเลยนะสาว ๆ เพราะตอนนี้หน้าฝน เจอน้องฝนโปรยปรายมาทักทายแทบทุกวัน บางทีก็ตกเช้า บางคราวก็ตกเย็น แต่ไม่รู้ทำไม๊ทำไมต้องตกตอนที่กำลังอยู่นอกบ้าน หรือว่าตอนเดินทางไปไหนมาไหนทุกที อุตส่าห์เตรียมเสื้อผ้าหน้าผม มาเสียดิบดี โดนฝนไปทีเดียวก็แทบหมดสภาพ ผมยุ่ง หน้าเยิน ตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก แต่คราวนี้ล่ะ คุณจะไม่ต้องกลัวน้องฝนอีกต่อไป เพราะเรามีไกด์ไลน์แจ่ม ๆ ให้สาว ๆ ได้เตรียมตัวพร้อมสวยสู้สายฝนมาฝากกัน...


งดแต่งหน้าแบบจัดเต็ม 
           การแต่งหน้าแบบจัดเต็มเน้นทุกรายละเอียด อาจทำให้คุณดูเยินได้หากเปียกฝน อะไรลดได้ก็งดใช้ไปสักพัก ถือซะว่าให้ผิวหน้าได้พักผ่อนไปด้วยในตัว ส่วนอะไรที่ยังจำเป็นต้องใช้ ก็ขอให้เลือกแบบที่เป็น water proof หรือแบบกันน้ำเท่านั้นนะ ส่วนตอนล้าง จำเป็นมากที่จะต้องใช้คลีนซิ่งล้างออกให้หมดจด เดี๋ยวสิวบุกแล้วจะหาว่าไม่เตือนน้า

งดปล่อยผมยาวสยาย 
แม้เราจะเห็นนางเอกในหนังดูช่างเซ็กซี่ยามผมยาว ๆ ของเธอเปียกลู่เพราะถูกฝน แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อผมยาวโดนละอองฝนแล้วจะกระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิงพันกัน หรือถ้าตากฝนตรง ๆ หัวก็ลีบลู่ไม่น่าดูเอาเสียเลยค่ะ หน้าฝนแบบนี้ลองเปลี่ยนมาทำผมแบบรวบ หรือถักเปียกันดีกว่า

กางเกงขายาว กระโปรงแม็กซี่ หน้าฝนไม่ปลื้ม 
หน้าฝนที่น้ำเจิ่งนองเฉอะแฉะแบบนี้ พับกางเกงขายาวและกระโปรงแม็กซี่เก็บไปได้เลย ไม่อย่างนั้นก็ต้องทำใจว่าเดินแล้วจะโดนน้ำดีด ยิ่งเป็นน้ำโคลนจะยิ่งแย่ เพราะคุณจะดูสกปรกเลอะเทอะในชุดนั้นไปทั้งวัน ดีไม่ดีอาจจะซักไม่ออกด้วย แล้วเมื่อมันเปียกฝน ยิ่งเนื้อผ้าเยอะมันก็ยิ่งแห้งยาก เดินเหินก็ไม่สบายตัว ถ้าเป็นไปได้หันมาใส่กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นแบบสุภาพ (สำหรับสาวออฟฟิศ) กันดีกว่านะ


ยีนส์ หน้าฝนก็ไม่ปลื้มเหมือนกันนะ! 
นอกจากกางเกงและกระโปรงยาวแล้ว เสื้อผ้าที่ทำจากยีนส์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้น-ยาว กระโปรงสั้น-ยาว รองเท้า กระเป๋า อะไรที่เป็นยีนส์ขอแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงเช่นกัน อย่างที่รู้กันดีว่าผ้ายีนส์นั้นเนื้อหนา เปียกน้ำแล้วแห้งยาก ยิ่งอากาศชื้น ๆ ในหน้าฝนแบบนี้ แม้จะผึ่งทั้งวันทั้งคืนก็อาจจะไม่แห้งก็ได้ แล้วเมื่อไม่แห้งกลิ่นอับก็จะตามมา ถ้าใส่เสื้อผ้าอับ ๆ แบบนี้ไปไหนมาไหน รับรองว่าใคร ๆ ก็จะหลีกทางให้คุณ ... เพราะว่ามันเหม็นจริง ๆ 

ไม่ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน 
เรื่องนี้สาว ๆ น่าจะรู้กันดี ว่าเสื้อผ้าสีอ่อน ๆ กับน้ำช่างไม่ถูกโฉลกกันเอาเสียเลย เพราะว่ามันจะบางจนแนบลู่กับตัว จนทำให้คุณเซ็กซี่แบบไม่ดูวาระโอกาส อย่าคิดแก้ง่าย ๆ ด้วยการใส่เสื้อซับใน เพราะส่วนใหญ่ก็ล้วนเนื้อบางและมีสีอ่อนไม่แพ้กัน แต่เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าสีเข้ม ๆ เป็นการเซฟตัวเองไว้จะดีกว่า...


รองเท้าแตะ 
หน้าฝนอย่างนี้อย่าลืมพกรองเท้าแตะยางเบา ๆ สักคู่ ไว้ในรถ หรือเก็บเอาไว้ที่ออฟฟิศ เผื่อว่าฝนตกตอนเลิกงาน จะได้ไม่ต้องใส่รองเท้าทำงานสวย ๆ ออกไปลุยฝน รองเท้ายางโดนฝนก็ไม่ซับน้ำ แถมยังแห้งไว ส่วนราคาก็ไม่จำเป็นต้องสูงมาก จะได้ไม่เสียดายถ้าต้องย่ำโคลนหรือน้ำดำ ๆ


พกร่มพับ
           จริง ๆ แล้วอยากจะแนะนำให้พกร่มยาวคันใหญ่ไว้เลย เพราะมันแข็งแรงกว่า ต้านฝนต้านลมได้ดีกว่า ไม่ต้องลุ้นว่ากางออกมาแล้วจะบานเป็นดาวเทียมด้วย แต่ถ้าใครไม่สะดวกพกร่มคันใหญ่ ก็เปลี่ยนเป็นร่มพับไว้สักคันได้ คันเล็ก เก็บง่าย เหมาะแก่การพกพา ลงทุนเลือกซื้อแบบที่แน่นหนาแข็งแรงผลิตจากวัสดุที่ทนทานมีคุณภาพ และเลือกแบบที่ลวดลายถูกใจคุณ จะได้ไม่เคอะเขินเวลาต้องกางไปไหนมาไหน แถมร่มเดี๋ยวนี้กันมีสารเคลือบกันรังสียูวีด้วย ทำให้สามารถใช้กางได้ทั้งยามแดดจ้าและยามฟ้ารั่วเลยล่ะ  

กระเป๋าต้องกันน้ำได้ 
           กระเป๋าเองก็สำคัญเหมือนกัน เพราะว่ามันจุข้าวของที่คุณต้องใช้ในแต่ละวันเอาไว้ตั้งมากมาย ฤดูนี้อาจจะไม่เหมาะกับการสะพายย่าม กระเป๋าผ้า กระเป๋าขนสัตว์ หรือกระเป๋าอะไรก็ตามที่ผลิตจากวัสดุซึ่งซึมซับน้ำ เพราะไม่ใช่แค่กระเป๋าจะเปียกชุ่มน้ำฝนอย่างเดียว ข้าวของในกระเป๋าคุณก็จะพลอยเปียกชื้นเสียหายไปด้วย ลองเปลี่ยนมาเป็นกระเป๋าพลาสติกสวย ๆ น่าจะดีกว่า แถมเดี๋ยวนี้ก็มีแบบสวย ๆ ให้เลือกเยอะด้วย หรือจะเป็นกระเป๋าผ้าที่เคลือบพลาสติกด้านนอกก็ช่วยกันน้ำได้ดีเช่นกัน และที่สำคัญหากสาว ๆ ออฟฟิศต้องพกเอกสารด้วย อย่าลืมเก็บมันไว้ในแฟ้มพลาสติกที่พับปิดได้ด้วยนะ

และ นี่ก็เป็นคำแนะนำเพื่อให้สาว ๆ พร้อมสู้ฝนได้อย่างไม่ต้องกลัวหมดสวยกระเซอะกระเซิง เตรียมตัวมาดีเสียอย่างถึงฝนจะโปรยปรายก็ไม่หวั่น หากใครมีคำแนะนำดี ๆ อีก ช่วยกันแชร์เพิ่มเติมได้เลยนะ ...อ้อ หน้าฝนแบบนี้อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพเป็นพิเศษด้วยนะ

Thank : IT PLAZA
.......................................................................................

มีอะไร ใน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป...

  ยุคประหยัดเข็ดขัดรัดติ้วแบบนี้อาหารชนิดหนึ่งที่ เชื่อว่าแทบทุกบ้านต้องมีติดไว้คือ "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป" ที่มีราคาถูก ทั้งยังกินง่ายประหยัดเวลา
       
       และเพราะรูปแบบการกินง่ายดายเช่นนี้เอง ที่ทำให้เรามองข้ามความใส่ใจถึงภัยร้ายที่แฝงมาพร้อมกับการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบผิดวิธี
       
       ส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่วนใหญ่มีส่วนผสมของแป้งสาลีในกรรมวิธีการผลิตถึง 60-70% ส่วน 15-20% เป็นไขมันในซองเครื่องปรุง ( น้ำมันทอดบะหมี่สำเร็จรูปมักเป็นน้ำมันพืชราคาถูก ซึ่งมีคุณสมบัติแตกตัวเป็น "กรดไขมันชนิดทรานส์" ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุการกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจ) ที่เหลืออีก 5-6% เป็นเกลือและผงชูรส ทั้งยังมีปริมาณโซเดียมเกินความต้องการของร่างกายปนอยู่มาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อไต และยังจะทำให้ความดันโลหิตสูงอีกด้วย
       
       แต่หากหลีกเลี่ยงที่จะทานไม่ได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขเขาก็มีข้อแนะนำว่าให้ ใส่ไข่ ผัก หรือเนื้อสัตว์ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มสารอาหารและป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ควรเลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่เขียนกำกับว่า เพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ไว้หน้าซอง
       
       ไม่ควรทานบะหมี่สำเร็จรูปดิบๆ เพราะเส้นบะหมี่นั้นจะไปพองตัวในกระเพาะอาหารอาจทำให้ท้องอืดได้ และไม่ควรทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากกว่าวันละ 1 ซอง เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่แทรกมาพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
..........................................................................................