tororichclub

tororichclub

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

รู้ว่าเสี่ยงแต่ขอลอง!! เหนือเมฆ3 เล็งขึ้นจอเงิน

รู้ว่าเสี่ยงแต่ขอลอง!! เหนือเมฆ3 เล็งขึ้นจอเงิน
          หลังจากละคร “เหนือเมฆ2” โดนปลดกลางอากาศทำให้หลายคนเชื่อว่าการสั่งปลดละครเรื่องนี้เพราะมีเรื่อง การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้านของ “นก สินจัย เปล่งพานิช” ในฐานะเบื้องหน้าและเบื้องหลังละครเรื่องดังกล่าวได้แย้มว่ากำลังจะเอาไปทำ เป็นหนัง และเตรียมไปเสนอค่าย “สหมงคลฟิล์ม” แล้วแต่ยังไม่ได้บทสรุป
          ล่าสุด “อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร” เผยว่า เรามีโครงการที่จะทำเหนือเมฆ3 แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเหตุที่ภาค2 โดนแบนนะครับ แต่เรามีการคุยกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เหนือเมฆจะมีทั้งหมด3 ภาค และพอเมื่อภาค2 มันเกิดปัญหาขึ้น เราก็เลยคุยกันว่าเราคงไม่สามารถทำเหนือเมฆ3 ในรูปแบบละครทีวีได้ ก็เลยปรึกษากันว่าหรือเราทำเป็นหนังดี เพราะเราเสียดายพล็อตที่เขียนไว้แล้ว และเป็นพล็อตที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าเราควรไปในทางนี้แบบนี้ ก็เลยคุยกันว่าทำเป็นหนังดีไหม ผมก็กำลังจะพัฒนาพล็อตนั้นเมื่อมันสำเร็จก็จะเอาไปคุยกับค่ายหนัง ซึ่งอาจจะเป็นสหมงคลฟิล์มครับ
          “ภาค3จะว่าด้วยเรื่องราวของโลกในอนาคตสัก 10 กว่าปีข้างหน้า เป็นเรื่องที่ถ้าในอนาคตมันเกิดวิกฤตการณ์บางอย่างขึ้นในไทยจะแก้ไขอย่างไร และวิกฤตการณ์นั้นเกิดจากอะไร เกิดจากใคร เป็นวิกฤตที่คนคิดไม่ถึง อย่างไฟดับทั้งประเทศ,อินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้ทั้งประเทศจะแก้ไขอย่างไร และมันเกิดขึ้นจากองค์กรไหนเป็นคนบงการ”


          ผู้กำกับชื่อดัง กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของการเมืองมันก็คงต้องมีบ้างนิดๆ เรื่องใหญ่ๆ แบบนี้มันคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยคนธรรมดาสามัญหรอก มันต้องเกิดขึ้นด้วยองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะไม่ใช่รัฐบาลแต่อาจจะเป็นองค์การขนาดใหญ่ ที่มาควบคุมคนที่มีอำนาจในประเทศของเราอีกทีหนึ่ง นักแสดงเท่าที่มองไว้ยังเป็นชุดเดิมครับ มีคุณนก สินจัย, คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์, หมาก ปริญ, มิ้นต์ ชาลิดา ตัวละครตัวไหนที่ยังไม่ตายก็ยังมีอยู่ครบครับ แต่ในภาค3 เราแทบจะไม่พูดถึงตัวละครที่เกี่ยวกับนักการเมืองเท่าไหร่ เราคิดพล็อตแบบนี้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เนื้อเรื่องมันจะเกี่ยวกับองค์กรลับที่จะทำการสร้างความเดือดร้อนบางอย่าง
          เมื่อถามว่า ต้องปรึกษาผู้ใหญ่ช่อง3ไหม “เรียนว่าจริงๆ แล้วพล็อตเรื่องนี้เป็นของเราเองครับ เหนือเมฆทุกภาค ทางเราเขียนพล็อตขึ้นมาเองทั้งหมดครับ เราอยากทำครับ คิดไว้ว่าอยากทำหนังแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะไม่ใช้ชื่อนี้ แต่ใครก็รู้ว่าเรื่องราวมันมีความต่อเนื่องกับเหนือเมฆ 1-2 อยู่ และถ้าทำเป็นหนังผมก็ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับและทางคุณนก ฉัตรชัย ก็เป็นโปรดิวเซอร์ครับ สำหรับการเปิดกล้องยังไม่ทราบเหมือนกัน ต้องรอให้บทที่ไปพัฒนาให้เป็นบทภาพยนตร์เสร็จเรียบร้อยก่อน ซึ่งงบประมาณคงไม่น้อยแน่นอนครับ”
          “จากกรณีเหนือเมฆ2 นั้น ผมไม่เสียเซลฟ์นะครับ ผมเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเหนือเมฆ2 โอเคในเมื่อผู้ใหญ่เห็นสมควรว่ามันเป็นแบบนั้น เราก็เข้าใจและขบวนการในการทำงานของเราเสร็จสิ้นลงแล้ว อย่างที่ผมเคยบอกว่าเราเหมือนช่างตัดรองเท้า มีคนมาว่าจ้างให้ทำรองเท้าเราก็ทำ พอทำเสร็จเขาจะเอาไปใส่ ไปขายหรือไปทิ้งก็สุดแล้วแต่เขาเพราะฉะนั้นหน้าที่ของผมเสร็จแล้วครับ” อุ๋ย นนทรีย์ กล่าวทิ้งท้าย

Thank : iMthai News
.....................................................................................

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น