tororichclub

tororichclub

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

5 อันดับ กลิ่นน้ำหอมที่หนุ่ม ๆ ควรมีไว้ในครอบครอง...



          น้ำหอม เปรียบเสมือนสิ่งปรุงแต่งกลิ่นกลายของมนุษย์ให้ดูน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีเจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำหอมหลาย ๆ แบรนด์ ต่างปล่อยสินค้าออกมาแข่งขันกันอย่างมากมาย จนผู้ใช้ต่างเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว วันนี้จึงได้รวบรวบกลิ่นน้ำหอมที่คุณผู้ชายต้องลองมาแนะนำให้รู้จักกันครับ


 1. ฌอง ปอล โกลติเยร์, เลอ มาล (Jean Paul Gautier LE MALE)
          เปิด ตัวครั้งแรกในปี 1995 สำหรับน้ำหอม เลอ มาล จาก ฌอง ปอล โกลติเยร์ ซึ่งหลังจากปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมาไม่นาน ก็ได้กระแสการตอบรับที่ดีจากประชาชน ซึ่งต่างพากันติดอกติดใจกับกลิ่นหอมของเลอ มาล ที่มีส่วนผสมของ มิ้นท์, มะกรูด, ลาเวนเดอร์, ส้ม, ไม้จันทน์, ซินนามอน, วานิลลา และดอกไม้นานาพันธุ์ ซึ่งผสมกันออกมาจนมีกลิ่นที่น่าหลงใหลอย่างลงตัว


 2. ดาวิดอฟ คูล วอเทอร์ (Davidoff Cool Water)
          เชื่อ ว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีใครไม่รู้จักน้ำหอม ดาวิดอฟ คูล วอเทอร์ รุ่นนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะออกวางจำหน่ายครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 1998 แล้ว แต่ว่าความนิยมของมันก็ไม่เสื่อมหายไปง่าย ๆ เหมือนกับกลิ่นหอม ที่ติดตัวผู้ใช้ไปตลอดทั้งวัน ด้วยส่วนผสมของกลิ่นลาเวนเดอร์, ผักชี, เปปเปอร์มิ้นท์, ต้นเจอเรเนียม, ดอกมะลิ, ไม้จันทน์, อำพัน และต้นซีดาร์ ซึ่งถ้าดูจากรายชื่อส่วนผสมแล้วอาจดูไม่ค่อยน่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ แต่กลับมีกลิ่นหอมสดชื่นที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศใต้ท้องทะเลยังไงยังงั้นเลย ทีเดียว


 3. กุชชี่ กิลตี้ กินเทนส์ (Gucci Guilty Intense)
          ทาง ด้านกุชชี่ก็ไม่ยอมน้อยหน้าแบรนด์ดังยี่ห้ออื่น โดยเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้ส่ง กุชชี่ กิลตี้ กินเทนส์ ออกมาลุยตลาดน้ำหอม จนผู้ใช้หลาย ๆ คน ต่างติดอกติดใจกับเสน่ห์ความหอมอันยากเกินต้านทานของมันไปได้ ซึ่งเกิดจากส่วนผสมของส้มจีน, พิ้งค์เปปเปอร์, ต้นไวโอเล็ต, ดอกเฮลิโอโทรป, อำพัน และพิมเสน จนทำให้กลิ่นที่ออกมานั้นหอมหวนราวกับอยู่ในทุ่งดอกไม้เลยทีเดียว


 4. แอเมส แตร์ เดอเมส (Hermes Terre d'Hermes)
          สำหรับ หนุ่ม ๆ ที่ชอบกลิ่นหอมอ่อน ๆ จะต้องหลงรัก แอเมส แตร์ เดอเมส รุ่นนี้อย่างแน่นอน ด้วยกลิ่นสัมผัสอ่อน ๆ ของส่วนผสมจาก ส้ม, เลมอน, เปปเปอร์, ดอกเพลาร์โกเนียม, พิมเสน, หญ้าแฝกหอม, และกำยาน จนได้ออกมาเป็นกลิ่นที่ทุกคนชื่นชอบตั้งแต่เปิดตัวในปี 2006 แล้ว


 5. คาเทียร์ ดิคลาเรชั่น (Cartier Declaration)
          คา เทียร์ ดิคลาเรชั่น เป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมละมุน นุ่มนวล ชวนสัมผัส ที่ควรจะมีไว้ในครอบครอง ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลกมาตั้งแต่ออกวางจำหน่ายในปี 1998 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีส่วนผสมของกลิ่นมะกรูด, ส้ม, โรสวู้ด, ผักชี, โอ๊คมอส, และพิมเสน ที่มิกซ์ออกมาจนกลายเป็นกลิ่นหอมที่แสนเย้ายวนใจมากที่สุดกลิ่นหนึ่ง
         เอาล่ะ หลังจากที่ได้ชม 5 อันดับกลิ่นน้ำหอมที่ควรมีกันไปแล้ว ไม่ทราบว่าจะตรงใจกับเพื่อน ๆ ผู้ใช้บ้างหรือเปล่า (หรืออันที่จริงอาจมีอยู่บ้างแล้ว ก็เป็นได้) แต่ที่เรานำมาแนะนำให้ได้ชมนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องไปกว้านซื้อมาใช้ทั้งหมดเลยหรอกนะ เพราะอย่างไรแล้ว เวลาจะซื้อมาใช้จริงก็ให้เลือกตามความชอบของคุณ และพิจารณาว่ากลิ่นแบบไหนเหมาะกับตัวเองมากที่สุด แค่นั้นก็พอแล้วล่ะครับ :)


อ้างอิง  kapook.com


.....................................................................................

ผู้ชายส่วนใหญ่กินเนื้อแต่ไม่เข้าใจ "มะเร็ง"...



           ผู้ชายส่วนใหญ่รับประทานเนื้อสัตว์มากกว่าผู้หญิงถึงสองเท่า แต่กลับมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับมะเร็งน้อยมาก นักวิจัยกล่าว
           อาหารประเภทเนื้อสัตว์นั้นเป็นอาหารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ การรับประทานเบคอนบาง ๆ เพียงสองชิ้นต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงของการป่วยมากขึ้นถึง 20 % 
           โดยเฉพาะในผู้ชายที่มักไม่ใส่ใจกับโรคร้ายที่จะเกิดขึ้นจากการรับประทานเนื้อสัตว์ มีผู้ชายเพียงร้อยละ 35 เท่านั้นที่มีความรู้เรื่องของสารก่อมะเร็ง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่มีความรู้เรื่องเหล่านี้ร้อยละ 41
          ผู้ชายในประเทศอังกฤษรับประทานเนื้อสัตว์เฉลี่ยคนละเกือบ 50 กรัมต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่รับประทานเพียงวันละ 24 กรัม ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นจาก 5 ใน 100 เป็น 6 ใน 100 หากบริโภคเนื้อสัตว์อยู่ที่ประมาณวันละ 50 กรัมต่อวัน
          นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าประชากร 3,700 คน จากจำนวน 37,000 คน จะป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ในแต่ละปี แต่สิ่งเหล่านี้สามารถป้องกันโดยที่ประชากรทุกคนควรบริโภคเนื้อสัตว์น้อยกว่า 70 กรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งเท่ากับการรับประทานเบคอนแผ่นบาง 3 แผ่นนั่นเอง
          ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าพฤติกรรมการรับประทานเนื้อสัตว์ของผู้ชายนั้นเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ และที่สำคัญนั้น เป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ชายควรจะมีความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของตนเองกับผลเสียที่จะตามมาต่อสุขภาพ
          หากยังไม่สามารถที่จะตัดใจจากเนื้อสัตว์ได้ในช่วงเริ่มต้น คุณเพียงเปลี่ยนวิธีการบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เช่น เปลี่ยนมารับประทานแซนวิชเบคอนเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้งแทนการรับประทานทุกวัน


 ข่าวจาก: Telegraph


...........................................................................................



ยา และ แอลกอฮอล์ สองสิ่งที่ห้ามคู่กัน...



        คนสูงอายุมีความไวต่อแอลกอฮอล์มากกว่าคนหนุ่มสาว ซึ่งจะส่งผลให้การตัดสินใจและเวลาในการตอบสนองต่อคำร้องขอแย่ลง อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังสามารถทำให้โรค เช่น ความดันโลหิตสูง, แผลในกระเพาะอาหาร และโรคเบาหวาน แย่ลงได้เช่นเดียวกัน 
        นอกจากนี้หากผู้สูงอายุรับประทานยาร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลฅ์ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ควรระมัดระวัง ก็คือ การหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานยา และนี่คือผลกระทบต่อสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อผู้สูงอายุรับประทานยาร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามที่ The Cleveland Clinic ได้ระบุไว้ ดังต่อไปนี้

      การรับประทานยาแอสไพรินจะสามารถนำไปสู่การเกิดภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ได้ และการดื่มแอลกอฮอล์ก็จะช่วยเพิ่มความเสี่ยงนี้ให้สูงขึ้น 
      การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้อาการง่วงเพิ่มขึ้น หากบริโภคร่วมกับการรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการของโรคหวัดหรือโรคภูมิแพ้ 
      หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาบรรเทาปวด ลดไข้ จะสามารถทำให้ตับมีโอกาสเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น 
      ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ไอ และยาระบาย จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ดังนั้นหากรับประทานพร้อมๆ กันก็จะยิ่งทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย 

 เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มเติม MORSENG BANGKOK
....................................................................................


                             สอบถามข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติม โทร. 081-575-8928 เอกสิทธิ์

                                     ....................................................................................

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แกงบวดฟักทอง




          เครื่องปรุง


          ฟักทองแก่เนื้อแน่นๆ
          กะทิ เพื่อความสะดวกก็ใช้อย่างกระป๋องเลย
          น้ำปูนใส
          น้ำตาลปี๊บ
          เกลือ ขาดไม่ได้ช่วยชูรสชาติให้เข้มข้นกลมกล่อม


          วิธีทำ


          ๑.หั่นฟักทองเป็นชิ้นหนาขนาดพอคำ 
หรือหั่นเป็นแท่งยาวนิดนึงไม่ต้องหนามาก
เหมือนในรูปที่หั่น อย่างนี้แช่น้ำปูนใสแล้วแกงออกมาผิวข้างนอกจะกรอบๆ


          หั่นเสร็จก็นำไปแช่น้ำปูนใสสักประมาณ ๑๔-๒0 นาที
แช่เสร็จล้างฟักทองให้สะอาด สรงให้สะเด็ดน้ำพักไว้


          ๒.ใส่ฟักทองลงไปในหม้อ ทำหม้อเล็กๆกินคนเดียว
เติมกะทิลงไปพอท่วมฟักทองก็พอ
ยกหม้อกะทิตั้งไฟ ต้มให้ส่วนผสมเดือด ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ คนเบาๆให้น้ำตาลปี๊บละลาย
ใช้เวลาไม่นานฟักทองก็สุกแล้ว
          รับประทานร้อนๆ หรือรับประทานเย็นๆทานตอนไหนก็อร่อย


          ชามนี้ชิ้นหนาหน่อย หั่นแบบไหนก็อร่อย


...........................................................................................

ปลากัด...พ่อที่แสนดีที่สุดในโลก



          "ปลากัดตัวผู้แตกต่างจากปลากัดตัวเมียโดยสิ้นเชิง
ปลากัดตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่า สีสันสวยงามมากกว่าปลากัดตัวเมีย
ปลากัดตัวผู้เวลามีความต้องการทางเพศ จะก่อหวอด ยิ่งฟองมาก หมายความว่า ยิ่งคึก
ปลากัดตัวผู้ต้องอยู่เพียงตามลำพัง อยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่นไม่ได้รวมทั้งปลาชนิดเดียวกัน
เวลาที่เราอยากให้มันผสมพันธุ์กัน ให้นำขวดปลากัดตัวผู้และปลากัดตัวเมียมาวางแนบกันห้ามเอาแผ่นกระดาษปิด ให้ปลาทั้งสองมองเห็นกันได้
          สังเกตที่ปลากัดตัวเมีย ถ้าบริเวณท้องของปลากัดตัวเมียโตมีจุดๆสีเหลืองๆแสดงว่าปลากัดตัวเมียตั้งท้องแล้ว
          ให้นำปลากัดตัวเมียมารวมกับที่อยู่ของปลากัดตัวผู้ ในตอนแรกปลากัดตัวผู้จะกัดปลากัดตัวเมียอย่างบ้าคลั่ง ให้ทำเป็นเพิกเฉย มองได้อย่างเดียวอย่าไปยุ่งกับมัน ให้อาหารตามปกติ เช่น ลูกน้ำ ไร ไม่ต้องเยอะ 
          ต่อมาจะพบว่าปลากัดตัวผู้จะเริ่มก่อหวอดมากขึ้นผิดปกติ ให้หาใบตองเ้ล็กๆใส่ไว้ให้ฟองนั้นอัดแน่นกับใบตอง
          หลังจากนั้นประมาณ2-3วัน จะพบว่า ปลากัดตัวผู้จะเข้าไปจู่โจมโอบกอดรัดปลากัดตัวเมียเหมือนมวยปล้ำเพื่อให้ไข่หลุดออกจากท้อง พอเม็ดไข่หลุดออกมาแล้ว ปลากัดตัวผู้จะงับไข่ของตัวเมียแล้วว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำที่มีแต่ฟองแล้วก็พ่นไข่ใส่ในฟองอากาศ   มันจะทำในลักษณะนี้เป็นวันๆ โดยไม่เหน็ดเหนื่อย ห้ามให้อาหารในช่วงนี้เพราะให้ไปมันก็ไม่กิน
          ต่อมาอีกประมาณ4-5วัน พอไข่ในท้องของปลากัดตัวเมียหมดลงสังเกตได้ว่าท้องของปลากัดตัวเมียจะแฟบแบนไม่ป่องอีกแล้ว ให้รีบจับปลากัดตัวเมียแยกทัีนที เพราะปลากัดตัวผู้มันจะหวงไข่ในฟองมาก ปลากัดตัวเมียมันจะหิวและจะกินลูกตัวเอง จากที่เคยรักกัน กลับแปรเปลี่ยนเป็นผู้ชายฆ่าผู้หญิงเพราะรักลูกมาก
          ซึ่งกรณีนี้ถ้าไม่จับแยก ก็จะเ็็ป็นเหมือนกรณีของเรา พอดีช่วงนั้นไปต่างจังหวัด กลับมา ปรากฎว่า ปลากัดตัวเมียถูกกัดแทะจนตายลงไปนอนก้นพื้นแล้วนั่นเอง
ต่อมา ปลากัดตัวผู้จะว่ายวนอยู่รอบๆใต้ฟอง มันจะตะแคงตัว ถ้าใครจ้องดีๆ จะเห็นว่าปลากัดตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อใส่ฟองอยู่เรื่อยๆ 
          ช่วงนี้ให้อาหารพ่อปลากัดได้ ให้ทีละน้อยๆ
          ต่อมาหลายวัน จนกระทั่งในที่สุด ลูกปลาตัวเล็กๆน่ารักๆ ก็โผล่ออกมาว่ายวนเกาะใบตองอยู่หลายตัวมากๆ ให้อาหารพ่อปลากัดเหมือนเดิม
          แต่ให้ดูความน่ารัก ความเป็นพ่อของปลากัด ช่วงที่ลูกปลากัดที่ตัวเล็กๆยังไม่แข็งแรง ว่ายๆอยู่ดีๆหลุดออกมาจากใบตอง ลูกปลามันจะตกลงพื้นน้ำ พ่อปลากัดจะว่ายไปงับลูกปลา ตอนแรกเราก็นึกว่ากิน แต่ที่ไหนได้ พ่อปลากัดรีบว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำแล้วพ่นลูกปลาออกมาจากปากให้เกาะใบตองอยู่ เพราะถ้าลูกปลาตกไปอยู่ก้นพื้นน้ำ มันจะตายเพราะขาดออกซิเจน 
          พ่อปลา่กัด สามารถเลี้ยงลูกตัวเองได้นับร้อยตัว คุณลองคิดดู เวลาลูกปลาแสนซนว่ายออกมาแล้วว่ายไม่แข็งแรง จมลงพื้นน้ำ พ่อปลากัดจะงับลูกปลาแล้วไปปล่อยในใบตอง มันทำแบบนี้ทุกๆวันจนกว่าลูกปลาทั้งหมดจะโตโดยไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย
          เห็นแบบนี้แล้ว รู้หรือยังว่า พ่อก็รักลูกได้มากกว่าที่ใครคิด ธรรมชาติของปลากัดให้ปลากัดตัวผู้เป็นผู้ที่รักลูกมากที่สุด ซึ่งผิดกับปลากัดตัวเมียที่ลูกแม้ยังไม่ได้เกิด แต่จะพยายามหาทางกินลูกตัวเอง และด้วยสัญชาติญาณของความเป็นปลากัดตัวผู้ ปลากัดนักสู้ไม่มีัวันแพ้แม้ต้องทำร้ายปลากัดตัวเมียเอาถึงตาย เืพื่อปกป้องชีวิตของลูกๆ
          ด้วยสัญชาติญาณของปลากัดตัวผู้ สัตว์ดุร้ายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 


..................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เฉาก๊วย ดำ! แต่อร่อย...




          เฉาก๊วยทำมาจาก 
          หญ้าชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกับมินต์ มีชื่อเรียกว่าอย่างเป็นทางการ ?Mesona chinensis?ส่วนคนไทยเราจะเรียกหญ้าชนิดนี้ว่า ?หญ้าเฉาก๊วย? หญ้าเฉาก๊วยสามารถพบได้มากในประเทศจีน ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ขนมหวานชนิดนี้จะมีที่มาจากเมืองจีน และมีชื่อเรียกเป็นภาษาจีน


          ทว่า ในหมู่ของคนจีนเองก็จะเรียกเจ้าขนมหวานชนิดนี้แตกต่างกันออกไปตามภาษาถิ่น เช่น ในภาษาจีนกลางจะเรียกว่า ?เหลียงเฝิ่น? หรือ ?เซียนเฉ่า? ที่แปลว่าหญ้าเทวดา ขณะที่ชาวมาเลย์จะเรียกว่า ?จินเจา? เป็นต้น 
          เฉาก๊วย มีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนแบบบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง 
          สำหรับ "เฉาก๊วย" นั้น ถ้าแตกออกเป็น 2 คำ คือ "เฉา" จะหมายถึง หญ้า ส่วน "ก๊วย" แปลว่า ขนม เมื่อรวมกันจึงหมายถึง "ขนมที่ทำจากหญ้า" นั่งเอง ซึ่งหญ้าที่ใช้ทำเฉาก๊วยเป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง (หาซื้อไหด้ตามร้านขายขนมยาจีน) ที่มีกลิ่นหอม เมื่อนำมาเคี่ยวจนได้น้ำสีดำเข้ม แล้วผสมกับแป้งมัน ทิ้งไว้ให้เย็น ก็จะได้เฉาก๊วยเนื้อนิ่มหยุ่นอย่างที่เห็น ซึ่งถ้าเป็นเฉาก๊วยแบบโบราณ แค่ใส่น้ำตาลทรายแดงกับน้ำแข็งก็อร่อยชื่นใจแล้ว แต่หากเป็นเฉาก๊วยแบบแข็งที่มีเนื้อกรุบๆ และขูดเป็นเส้นจะมีวิธีทำที่คล้ายกัน เพียงเปลี่ยนจากแป้งมันเป็นผงวุ้นเท่านั้น

...........................................................................................

เคล็ดลับดีๆ มีเก็บไว้ประจำบ้าน




เคล็ดลับดีๆ มีเก็บไว้ประจำบ้าน
          1. หากเจอปัญหาน้ำตาเทียนหยดใส่เสื้อผ้าหรือพรม ให้นำมีดขูดส่วนที่แข็งๆ ออก จะเหลือร่องรอยของน้ำตาเทียนให้ใช้ทิชชูแบบแผ่นหนาๆ หน่อย แบบที่แม่บ้านซับน้ำมันน่ะค่ะ วางลงบนส่วนที่เลอะน้ำตาเทียน แล้วใช้เตารีดวางทับ รอยน้ำตาเทียนก็จะหายมาติดที่ทิชชูแทน 
          2. อยากให้กรอบกระจกเงา รูปภาพ มองดูใหม่เสมอทำได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำมันสน แล้วทาบริเวณกรอบไม้ รอจนแห้งสนิท กรอบจะมองดูใหม่ทันที 
          3. ขอบยางประตูตู้เย็นมีราขึ้น ลบราออกได้โดยใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชู แล้วนำไปถูตรงขอบยางประตูตู้เย็นที่เป็นราราก็ออกไปได้โดยง่ายดาย 
          4. ไม้กวาดดอกหญ้า ที่ซื้อมาใหม่ให้ใช้ไปได้นาน ๆ ทำได้โดยการจุ่ม ไม้กวาดดอกหญ้าในน้ำเกลือร้อนๆขนของไม้กวาดจะเกาะตัวกันเวลาใช้จะทนทานไม่ขาดง่าย
          5. ป้องกันหมาแมวตัวโปรดมากัดแทะเฟอร์นิเจอร์ในบ้านคือใช้น้ำมันยูคาลิปตัสหรือน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนทาที่เฟอร์นิเจอร์ กลิ่นฉุนนั้นจะทำให้มันไม่กล้าเข้ามากัดแทะอีก
          6. การดึงสติกเกอร์ที่ติดอยู่บนฝาห้องออกโดยไม่ทิ้งคราบกาวไว้ที่ฝาทำได้โดยใช้น้ำมันพืชมาทาบนรูปสติกเกอร์แล้วจึงค่อยๆ ดึงออกมา
          7. ทำความสะอาดชนะอลูมิเนียมให้ใสสะอาดเหมือนใหม่คือนำเอาเปลือกแอปเปิ้ลต้ม 2-3 นาที แล้วใช้น้ำขัด ถู ภาชนะอะลูมิเนียม ก็จะดูเงางามเเหมือนใหม่  
          8. วิธีแก้ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม้โป่งออกมาคือให้วางผ้าชื้น ๆ ลงบนรอยที่โป่ง ใช้เตารีดร้อน ๆ ทับบนผ้าจะทำให้คืนสู่สภาพเดิม
          9. วิธีขจัดรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ คือ ให้ใช้ผ้าแตะยาขัดรองเท้าที่สีเดียวกับไม้แล้วถูตรงรอยแล้วใช้ผ้าขัดต่ออีกครั้งรอยขีดข่วนก็จะหายไป 
          10.การแก้ปัญหาเก้าอี้หวายหย่อนคือ ถ้าอยากให้ตึงให้ล้างเก้าอี้หวายด้วยน้ำสบู่ร้อนๆ แล้วล้างน้ำสบู่ออกนำออกตากแดดกลางแจ้งให้แห้ง หวายที่หย่อนจะตึงเหมือนเดิม 
          11.วิธีการทำความสะอาดพื้นบ้านไม้ให้เงางามอยู่เสมอคือให้ผสมน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยต่อน้ำ 8 ลิตร จะช่วยขจัดเศษฝุ่นละอองและพื้นก็เป็นเงางามอีกด้วย
          12.รักษาเฟอร์นิเจอร์โลหะไม่ให้เป็นสนิมได้ง่ายคือให้ เคลือบโลหะด้วยขี้ผึ้งขัดรถเมื่อจำเป็นต้องเอาเฟอร์นิเจอร์โลหะไว้ตากน้ำค้างจะได้ไม่ขึ้นสนิมได้ง่าย
          13.ป้องกันงูหรือสัตว์ร้ายจำพวกแมงป่องตะขาบเข้าบ้านโดยใช้ผงกำมะถันมาโรยรอบบริเวณจะทำให้สัตว์ร้ายเหล่านี้ไม่มาเข้าใกล้ 
          14.วิธีการไล่ยุงแบบง่าย ๆ คือหาการบูรมาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับหลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายในบ้าน ความร้อนของไฟฟ้าจะทำให้การบูรระเหยออกไปและกลิ่นของการบูรจะช่วยป้องกันยุงไม่ให้มา รบกวน


          15.วิธีการไล่หนูแบบง่ายๆ และประหยัดเงินคือ นำไม้ยี่โถไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย 
          16.วิธีขจัดสนิมบนราวตากผ้า คือ หาเศษผ้ามาชุบน้ำส้มสายชูถูให้ทั่วแล้วใช้น้ำสบู่ถูทับอีกทีต่อ จากนั้นเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ ตามด้วยผ้าแห้งอีกรอบหนึ่ง สนิมบนราวผ้าก็จะหมดไป 
          17.มีดในครัวเรือนขึ้นสนิมคือนำมีดนั้นมาถูกับมะนาวหรือหัวหอมก็ได้ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดเช็ดให้แห้ง รับรองได้ว่ามีดทำครัวของคุณจะปราศจากสนิมมาขึ้นอีกเลย 
          18.วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันบนพื้นปูนซีเมนต์ ให้สะอาดเอี่ยมคือหาขี้เถ้าที่อยู่ในเตาถ่านมาโรยไว้บน คราบน้ำมัน ที่เปื้อนพื้นปูนซีเมนต์ให้ทั่วทิ้งไว้สักครู่ล้างออกด้วยน้ำให้สะอาดขี้เถ้าก็จะดูดคราบน้ำมันออกไปจนหมดเกลี้ยง
          19.วิธีทำความสะอาดรอยดินสอหรือดินสอเทียนที่ติดบนวอลล์เปเปอร์ คือให้ใช้เครื่องเป่าผมโดยใช้ลมร้อนจี้ตรงบริเวณนั้นแล้วหาผ้าฝ้ายชุบน้ำสบู่บิดให้หมาดนำมาเช็ดถูตรงรอยเปื้อนรอยของสีนั้นก็จะจางหายไป
          20.วิธีทำความสะอาดคราบตะกอนที่ติดฝักบัวอาบ น้ำคือสำหรับแบบที่ไม่สามารถถอดออกได้ ให้หาถุงพลาสติกใส่น้ำส้มสายชูพอประมาณเอาฝักบัวใส่ในถุงน้ำส้มสายชู แล้วผูกถุงให้แน่นทิ้งไว้สักหนึ่งคืน นำออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดหัวฝักบัวก็จะสะอาดและปราศจาก คราบของตะกอน ทำให้น้ำไหลสะดวกขึ้น 
          21.วิธีทำความสะอาดสีที่เปื้อนหน้าต่างผลมาจากการทาบ้านให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่า อัตราส่วน 2 : 1 ตั้งไฟให้ร้อนจัดใช้แปรงทาสีที่สะอาดจุ่มส่วนผสมที่ยังร้อนอยู่ถูตรงบริเวณรอยเปื้อนรอยเปื้อนดังกล่าวจะหลุดออกได้เอง
          22.วิธีทำความสะอาดคราบน้ำมันที่ติดอยู่บนวอลล์เปเปอร์ใช้แป้งฝุ่นผสมน้ำยาทำความสะอาด แล้วนำมาป้ายตรงจุดที่สกปรกปล่อยทิ้งไว้จนแห้งใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดออกคราบน้ำมันก็จะติดออกมาด้วย
          23.วิธีทำความสะอาดคราบเทียนไขที่ติดแน่นออกจากเชิงเทียนมีวิธีทำง่ายๆ คือใส่เชิงเทียนในช่องแช่แข็งทิ้งไว้สักครู่จะสามารถเอาคราบเทียนออกได้ง่ายและหมดจดทีเดียว


          หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ


เครดิต:..dr.nat


..........................................................................................