tororichclub

tororichclub

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

กสทช. ย้ำ ปี 56 ค่าโทรมือถือนาทีละ 99 สตางค์

กสทช. ย้ำ ปี 56 ค่าโทรมือถือทุกค่ายต้องไม่เกินนาทีละ 99 สตางค์
          กสทช. เผย ปีนี้ค่าบริการโทรศัพท์มือถือเมืองไทยต้องมีราคาต่ำกว่านาทีละ 99 สตางค์ทุกกรณี หากพบค่ายใดฝ่าฝืน โทรแจ้งได้ที่เบอร์ 1200 หรือ 02-634-6000 

          เมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในปี 2556 นี้ ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกรายจะต้องไม่คิดค่าบริการด้านเสียง (วอยซ์) เกินกว่านาทีละ 99 สตางค์อีก ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือประสบปัญหาค่าบริการเกินอัตราดังกล่าวสามารถแจ้งรายละเอียดมาได้ที่หมายเลข 1200 หรือ 02-634-6000 ทางสำนักงาน กสทช. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบทันทีเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค

          ขณะเดียวกัน ทาง กสทช. ต้องการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วย ทั้งนี้ ค่ายมือถือต้องปฏิบัติตามประกาศ กสทช. เรื่องอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ. 2555 ซึ่งมีผลมาตั้งแต่ 4 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา แต่ประกาศได้ผ่อนผันว่า สำหรับค่าบริการตามสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าระยะเวลาสัญญาจะสิ้นสุด แต่จะต้องไม่เกินกว่าวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ดังนั้น เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2556 รายการส่งเสริมการขายของบริการโทรศัพท์มือถือประเภทเสียงทั้งหมดก็จะต้องอยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 99 สตางค์ต่อนาที รวมถึงที่เป็นระบบเหมาจ่ายด้วย คือจะเหมาจ่ายก็ได้ แต่เฉลี่ยตามช่วงเวลาเหมาจ่ายแล้วก็ห้ามเกินนาทีละ 99 สตางค์

          นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า จากการติดตามและกำกับดูแลอัตราค่าบริการในช่วงเวลาที่ผ่านมาภายหลังจากที่มีการออกประกาศดังกล่าวแล้ว พบว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 2 รายคือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส และบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ยังคงมีรายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) เหมือนเดิม ซึ่งทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้ประสานงานไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือดังกล่าว เพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปตามประกาศ กสทช. อย่างเคร่งครัดต่อไป

Thank : สำนักข่าวไทย
....................................................................................

ตร.ภาคเหนือสุดฮีโร่!! สมัครใจไปใต้จนเกินโควต้า

          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 มกราคม พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานในการจับฉลากคัดเลือกพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ และผู้ชำนาญการพิเศษ ไปปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จำนวน 17 นาย ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ประกาศคัดเลือกพนักงานสอบสวน จำนวน 150 นายจากทั่วประเทศ ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว

          ทั้งนี้ ในส่วนของพนักงานสอบสวนภาค 5 มีจำนวน 22 นาย ยื่นสมัครใจขออาสาไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ศชต. แต่เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของ สตช.พล.ต.ท.สุเทพ ได้นำรายชื่อพนักงานสอบสวนจำนวน 377 นาย จับฉลากและประกาศรายชื่อตามกติกา แต่ไม่ต้องเดินทางไป ศชต.เพราะมีนายตำรวจ 22 ราย สมัครใจเกินโควต้า จึงต้องจับฉลากนายตำรวจ 5 นายออกให้เหลือ 17 นายตามระเบียบ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและแตกต่างจากพื้นที่อื่นที่มีปัญหาร้องเรียนกันถึงความไม่เป็นธรรม

          พล.ต.ท.สุเทพ กล่าวว่า ในประเทศไทยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 เพียงแห่งเดียวที่มีนายตำรวจสมัครใจไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้เกินโควต้าที่ สตช.ต้องการ เราจึงต้องจับฉลากคัดออก ไม่เหมือนภาคอื่นที่มีการร้องเรียนไม่ยอมไป ถือเป็นความภาคภูมิใจของ สตช.ที่มีพนักงานสอบสวนพร้อมเสียสละความสุขไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ซึ่งไม่มีใครอยากไป จึงสมควรได้รับการยกย่อง

           "ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นตำรวจไทย ที่ตำรวจทุกนายทั่วประเทศควรยึดเป็นแบบอย่าง โดยพนักงานสอบสวนทั้ง 17 คน จะออกเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 7 มกราคมนี้ โดยมีระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 2 ปี ตนถือทั้ง 17 นาย มีหัวใจนักรบ มีสติ ชนะแน่นอน และมั่นใจได้ว่าทุกคนจะปลอดภัยจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และขอให้ชาวล้านนาให้กำลังใจในฐานะผู้เสียสละ"ผบช.ภ.5ระบุ

ที่มา: http://www.sanook.com/
...............................................................................................

สุดปลื้ม!วัยรุ่น80%สวดมนต์ข้ามปี ...

           พศ.สรุปภาพรวม สวดมนต์ข้ามปี มีปชช.เข้าร่วมตามเป้า 30 ล้านคน ขณะที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เผยกลุ่มที่มาสวดมนต์เป็นวัยรุ่นกว่า 80%
          1 ม.ค. 56  นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พศ.ได้สรุปภาพรวมการจัดโครงการสวดมนต์ข้ามปี ทำความดี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่วัดกว่า 30,000 วัดทั่วประเทศและวัดไทยในต่างประเทศกว่า 400 วัด โดยส่วนกลางจัดที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารและที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ภาคเหนือจัดที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม และภาคใต้วัดพระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาทุกจังหวัด (พศ.) ได้สำรวจที่วัดระดับเจ้าคณะจังหวัด 122 วัด ใน 77 จังหวัด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดงานของแต่ละจังหวัดเฉลี่ยวัดละ 3,000-5,000 คน วัดเจ้าคณะอำเภอ 878 อำเภอ เฉลี่ยวัดละ 2,000-3,000 คน วัดเจ้าคณะตำบล เฉลี่ยวัดละ 1,000-2,000 คน วัดระดับหมู่บ้านเฉลี่ยวัดละ 1,000-1,500 คน ส่วนวัดในต่างประเทศ 400 วัด พบว่ามีประชาชนร่วมประมาณ 50,000 คน อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่ได้สำรวจนั้นพบว่าจำนวนประชาชนที่เข้าร่วมสวดมนต์ ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้คือประมาณ 30 ล้านคน

            พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า ในส่วนของวัดสระเกศฯ มีประชาชนเข้าร่วมสวดมนต์ประมาณ 1 แสนคน ซึ่งประเมินจากพระผงหลวงพ่อดวงดี 1 แสนองค์ น้ำมนต์ 1 แสนขวด และยันต์ผ้าแดง 1 แสนผืน ที่เตรียมไว้แจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มาร่วมสวดมนต์ข้ามปี ส่วนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในปีนี้กว่า 80% พบว่าเป็นกลุ่มคนทำงานและวัยรุ่น ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมานับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ หันมาสวดมนต์กันมากขึ้น
............................................................................................

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

สัญญาณเตือนภัยก่อนหัวใจวาย


          คุณคงเคยได้ยินข่าวที่นักบอลวิ่งอยู่กลางสนามขณะแข่งแต่อยู่ๆ กลับล้มลงเสียชีวิตทันที่! ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ทั้งๆที่บางรายไม่เคยมีอาการหรือสัญญาณใดๆมาก่อนเลย ดูภายนอกเป็นคนสุขภาพแข็งแรงทั่วไป แต่อยู่ๆกลับรู้สึกแน่นหน้าอก เพราะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง หมดสติและเสียชีวิตทันที

          หัวใจวายมักจะเกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงหัวใจอุดตันเฉียบพลัน โดยมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ อ้วน มีไขมันในเลือดผิดปกติ ความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้หลอดเลือดแข็งขึ้น ขาดความยืดหยุ่น มีคราบตะกรันในหลอดเลือดเมื่อตะกรันขังมากๆ เข้าก็อาจจะตีบตัน และแตกในที่สุด หากเกิดที่หลอดเลือดสมองก็อาจทำให้เสียชีวิตทันทีจากหลอดเลือดสมองแตก แต่ถ้าไปเกิดที่หลอดเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงสมองบางส่วนที่ควบคุมการทำงานของ ร่างกายก็ทำให้เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต และเช่นเดียวกันหากไปเกิดที่หลอดเลือดหัวใจก็ทำให้หัวใจวาย ซึ่งมีทั้งแบบไม่เคยมีสัญญาณมาก่อนเลยและแบบมีสัญญาณนำมาให้รู้ตัว หากได้รับการรักษาทันก็เท่ากับรักษาชีวิตไว้ได้

          ดังนั้นในกรณีที่มีสัญญาณเตือนให้รู้ตัวก่อนหัวใจจะวาย ได้แก่ เหนื่อย แน่นหน้าอกเมื่อออกแรง ยกของหนัก เดินขึ้นบันได เชียร์มวย เชียร์ฟุตบอล ถูกหวย หุ้นตก โมโห โกรธหรือเมื่อตื่นเต้นตกใจ แม้กระทั่งการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและความดันโลหิตสูงขึ้น โดยลักษณะของการแน่นหน้าอกจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมากดทับรัดที่กลางอก อาจจะร้าวไปที่หัวไหล่ซ้าย แขนซ้ายด้านในหรือร้าวขึ้นไปที่กราม คาง หรือแม้แต่หลัง

          ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ให้นั่งพักสบายๆหายใจเข้าออก ยาวๆ ช้าๆ ลึกๆ สัก 2-3 นาที อาการจะดีขึ้น หากไม่ดีขึ้นต้องรีบไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วทันที แพทย์จะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หากพบว่ามีหลอดเลือดหัวใจอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย ถ้าไม่เกิน 6 ชั่วโมงสามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือขยายหลอดเลือดได้ทัน ก็จะสามารถช่วยชีวิตไว้ได้

          ส่วนกรณีที่ไม่มีสัญญาณมาก่อนเราสามารถป้องกันก่อนเกิดเหตุได้ด้วยการตรวจ สุขภาพเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะตรวจวัดรอบเอว ชั่งน้ำหนัก วัดความดันฯ ตรวจเลือดวัดระดับไขมันน้ำตาลในเลือด ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นปกติก็ควรรักษาโรคนั้นๆ ตั้งแต่เริ่มแรก อย่านิ่งนอนใจ คุณก็จะปลอดภัยจากหัวใจวาย นอกจากนี้ในคนอ้วนและคนที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรามาก ก็เป็นสาเหตุเสี่ยงของหัวใจวายที่ชัดเจน จึงต้องปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม โดยลดน้ำหนักลงและเลิกสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่งนั่นเอง

Thank : http://www.vcharkarn.com/varticle/44250
................................................................................................

อาหารในโรงเรียนตกมาตรฐาน


อาหารในโรงเรียนตกมาตรฐาน ทำเด็กไทยไม่ทันเพื่อนบ้าน  
          นักวิชาการเรียกร้องให้ทบทวนยกเครื่องใหม่นโยบายอาหารในโรงเรียน ยันงบประมาณ 13 บาทยังไม่พอซื้อวัตถุดิบ

           รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เผยในเวทีวิชาการ “อาหารในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนของเด็กไทย คุณภาพความปลอดภัยใครกำหนด” จัดโดย สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) ภายในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2555 ครั้งที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าปัญหาโภชนาการที่สำคัญของเด็กไทยมีทั้งการขาดสารอาหารและการบริโภคเกิน ทั้งการขาดสารไอโอดีนและเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก และโรคอ้วนล้วนมีผลต่อปัญหาพัฒนาการของเด็กไทย และปัญหาสุขภาพ และยังมีผลต่อไอคิวของเด็กไทยซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน และต่ำกว่าประเทศอื่นๆในทวีปเอเซีย การได้รับอาหารอย่างเพียงพอเหมาะสมจากโรงเรียนจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหา

          ด้าน อาจารย์อุไร อิศรางกูร ณ อยุธยา อาจารย์จากโรงเรียนสวนส้มจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า เป็นการยากที่จะให้โรงเรียนจัดอาหารตามมาตรฐานได้ แม้ว่าจะพยายามบริหารจัดการอย่างดีที่สุดแล้ว แต่งบประมาณ 13 บาทต่อวันที่ได้รับนั้นไม่เหมาะสมกับความเป็นจริงในปัจจุบัน โรงเรียนไม่สามารถจัดให้เด็กได้ทานอาหารที่มีคุณภาพได้แค่ค่าวัตถุดิบก็ยังไม่พอ แต่ทางโรงเรียนยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนค่าแรงแม่ครัว ค่าก๊าซหุงต้ม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ และหากจะให้มีแม่ครัวที่มีคุณภาพมีความรู้ทางโภชนาการพอก็คงต้องมีการลงทุนมากกว่านี้

          นายสาธิต กลิ่นภักดี ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากประสบการณ์ของจังหวัดภูเก็ต แสดงให้เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพอาหารกลางวันในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน โดยการทำงานเป็นเครือข่ายกับภาคส่วนอื่นๆ เช่นกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ต้องสร้างความตระหนักของผู้เกี่ยวข้องและเร่งพัฒนามาตรฐานศูนย์เด็กและโรงเรียน โดยเฉพาะเมนูกลางที่เป็นมาตรฐาน พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ทางโภชนาการ และมีการตรวจประเมินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสมทบงบประมาณค่าอาหารเพิ่มเติมได้ ตามบริบทของพื้นที่

          น.พ. ธีรพล โตพันธานนท์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่ากรมอนามัยพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านวิชาการ ผ่านทางสื่อนวัตกรรมของกรม การอบรมเพื่อให้บุคลกรที่เกี่ยวข้องมีความรู้และมีการประเมินพัฒนาการของเด็ก รวมทั้งการบูรณาการความรู้ด้านโภชนาการในหลักสูตรการเรียนการสอนและการจัดอาหารเสริมที่มีความจำเป็นแก่เด็กกลุ่มเสี่ยงเช่น ยาเสริมธาตุเหล็ก โดยมีเป้าหมายให้โรงเรียนสามารถจัดอาหารกลางวันที่มีคุณภาพแก่เด็กทุกคน และมีการควบคุมอาหารว่าง อาหารที่ไม่มีประโยชน์ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

           นายสง่า ดามาพงศ์ เครือข่ายโภชนาการสมวัย เผยว่า การพัฒนาระบบการจัดอาหารในโรงเรียนของประเทศไทยถือเป็นความท้าทายของสังคมไทย ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะภาคการศึกษาและสาธารณสุขเท่านั้น ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีความความมุ่งมั่นร่วมกันในการผลักดันให้มีการยกเครื่องระบบอาหารภายในโรงเรียน ทั้งระบบทรัพยากร งบประมาณ และ การบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมีพัฒนาการที่สมวัยและเป็นทรัพยากรที่สำคัญในอนาคต

Thank :  กระทรวงศึกษาธิการ
....................................................................................................

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นให้ปลอดภัย


           กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตือนประชาชนเลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย สวิตซ์และส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องเป็นชนิดกันน้ำ โดยให้ช่างผู้ชำนาญการมาติดตั้งสายดินกับเครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วเป็นอุปกรณ์เสริม พร้อมทั้งหมั่นตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ หากชำรุดให้แจ้งช่างผู้ชำนาญการมาซ่อมแซมทันที

          นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็นในระยะนี้ ทำให้คนนิยมอาบน้ำจากเครื่องทำน้ำอุ่นมากขึ้น แต่เนื่องจากเครื่องทำน้ำอุ่นมีกลไกการทำงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำและไฟ หากเลือกซื้อติดตั้งหรือใช้งานอย่างไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัยกรมป้องกันและบรรเทา

สาธารณภัย ขอแนะนำข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
การเลือกซื้อ

          ไม่ ซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมือสองหรือเครื่องราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้งาน เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายขณะใช้งานได้ มีถังเก็บน้ำภายในเครื่อง ฉนวนหุ้ม และระบบตัดไฟ เลือกใช้สวิตซ์และส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องที่เป็นชนิดกันน้ำ มีฝาหน้าเป็นพลาสติกและฝาหลังเป็นโลหะ เพราะหากกระแสไฟฟ้ารั่ว กระแสไฟจะไหลผ่านน็อต หรือสกรูที่ยึดฝาหลังกับผนังปูน จะช่วยลดอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว ตลอดจนมีคู่มือการใช้งาน ใบรับประกันคุณภาพ พร้อมเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก มอก.

การติดตั้ง

           ให้ ช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญดำเนินการติดตั้งหรือโยกย้าย เลือกใช้สายดินและสายไฟที่มีขนาดเหมาะสมกับเครื่องทำน้ำอุ่น ติดตั้งเครื่องป้องกันไฟฟ้าดูด ตัวตัดไฟฟ้าหรือเบรกเกอร์ เพราะหากกระแสไฟฟ้ารั่ว จะได้ไหลลงดินได้อย่างรวดเร็ว

           จุดที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นต้องอยู่ในระดับสูงกว่าฝักบัว ตำแหน่งสวิตซ์ไฟไม่อยู่ใต้หม้อต้มน้ำร้อน เพราะหากหม้อต้มน้ำร้อนรั่ว น้ำจะหยดลงสวิตซ์ไฟและไหลเข้าเครื่องทำน้ำอุ่น ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดได้

การใช้งาน

            ไม่ งอหรือพับสายฝักบัว เพราะจะทำให้สายฝักบัวชำรุด จนเป็นสาเหตุให้กระแสไฟฟ้ารั่ว ไม่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เพราะหากฟ้าผ่ากระแสไฟจะไหลมาตามสายไฟ ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต เมื่อใช้งานเสร็จควรปิดสวิตซ์ไฟทันที

การตรวจสอบ

           ให้ ช่างผู้ชำนาญการมาตรวจสอบสภาพเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเครื่องที่มีอายุการใช้งานยาวนาน กรณีตรวจพบความผิดปกติ ให้แจ้งศูนย์บริการหรือช่างผู้ชำนาญการมาดำเนินการซ่อมแซม 
.................................................................................................

อยากมีบ้านจนกลายเป็นทาสเงินกู้


          ทุกคนซื้อบ้าน ก็เพราะอยากให้มีที่พักพิงที่อบอุ่นกับครอบครัว แต่หากไม่ได้คิดให้ดีว่า การจะซื้อบ้าน ไม่ได้จ่ายแค่ราคาบ้าน 
          และไม่ได้ต้องจ่ายแค่เงินผ่อน (รวมดอก) รายเดือนนะครับ ยังมีค่าจ่ายอีกมากมาย ลืมเสียสนิทเลย สุดท้ายกลายเป็นทาสเงินกู้ จับต้นชนปลายไม่ถูกเลย 
กฏที่ 1 เงินผ่อน แ ต่ พอเพียง “ไม่เกิน 40 % “ 
           โดยส่วนใหญ่ธนาคารปล่อยกู้ด้วยเงินผ่อนไม่เกิน 40% ของเงินเดือนอยู่แล้วล่ะครับ แต่ก็ต้องมองตัวเราด้วยว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ทำให้ 40% เป็นเรื่องที่ เบๆ หรือ ผืนทำและเงินต้น (เงินดาวน์) ที่ ใช้จ่ายไปกับการซื้อบ้าน ก็อย่าลืมรวมค่าเฟอร์นิเจอร์ไปด้วยล่ะ (ถ้าโครงการฯ เขาไม่ได้แถมให้)

กฏที่ 2 คำนวณค่าเดินทางด้วย 
           เลือกบ้านทั้งที มีทางเลือกง่ายๆคือ บ้านในเมืองราคาแพง กับบ้านชานเมืองราคาถูก (แถมได้บ้านหลังใหญ่กว่าด้วย) ในราคาเท่าๆกัน หลายคนลืม ค่าเดินทางไปหรือเปล่าครับ บ้านที่ไกลออกมาจากตัวเมือง อาจจะทำให้คุณมีค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าแท๊กซี่มากกว่าเดิม 

 
กฏที่ 3 ค่าใช้จ่าย กองกลาง จิปาถะ 
           ตรงนี้ ต้องละเอียดกันเองล่ะครับ เพราะโครงการฯ หรือส่วนกลางบางแห่ง มีเก็บค่าบำรุงส่วนกลางด้วย บางที่การต่อท่อประปาน้ำใช้ไม่ดี เลยต้องไปซื้อน้ำดื่มมาเอง บางแห่งไม่มีแหล่งของกิน ตลาดใกล้ๆเลย ต้องขับรถออกไปซื้อ นี่ยังไม่รวมถึงความปลอดภัย ที่บางแห่งเราต้องมานั่งกังวลติดอุปกรณ์กันขโมยต่างๆ เอง เพราะโจรชุกชุม หน้าปากซอยมีผับบาร์ด้วย กลับบ้านก็ระแวง กลางคืนมีเสียงรบกวนอีก 

           สรุปว่า บ้านควรจะเป็นที่อบอุ่นที่เราได้พักอย่างสบายใจ ซื้อบ้านทั้งที เมื่อเราได้คำนวณรอบคอบแล้ว รายจ่ายเงินผ่อนในการซื้อวิมานหลังย่อมๆ จะไม่ก่อเกิดปัญหาภายหลัง ไม่ทำให้เรากลายเป็นทาสเงินกู้ต้องหาเงินมากลบดอกเบี้ยครับ ซึ่งถ้าไม่รอบคอบละก็ บ้านใหญ่แค่ไหนก็นอนไม่หลับ จริงมั้ยครับ 

Thank : http://www.fwdder.com/topic/395473
.......................................................................................